บันทึกจับกุม ระบุถึงพฤติกรรมผู้ต้องหาทั้ง 11 ราย แต่ที่น่าสนใจคือ รายที่ 11 นายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปีอยู่บ้านเลขที่ 300 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี บันทึกระบุว่า คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ทำการตรวจค้นรถ 1 ถึง 4 คันแรกไม่พบสิ่งของและอุปกรณ์การกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ มาถึงรถยนต์คันที่ 5 พบ อาวุธปืนยาวไรเฟิล ติดกล้องเล็งและกระบอกเก็บเสียง พร้อมเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง วางไว้บริเวณข้างเบาะคนขับ และตรวจพบอาวุธปืนพก ขนาด 9 มิลลิเมตร พร้อมเครื่องกระสุน ภายในกระเป๋าสะพายข้างบนเบาะด้านหน้าประตูฝั่งซ้าย ขณะตรวจค้น ผู้นำพาซึ่งอาวุธปืนดังกล่าวไม่สามารถนำใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนมาแสดงต่อหน้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ พบมีดพร้า 1 เล่ม บริเวณใต้เบาะด้านหน้าประตูฝั่งซ้าย พบขาสัตว์ป่า 4 ขา ใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงมิดชิดแช่น้ำแข็งไว้ในถังหลังรถซึ่งเป็นตู้เย็นเก่า ตรวจค้นรถคันที่ 6 ไม่พบสิ่งของและอุปกรณ์การกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้
ระหว่างการตรวจค้นมีบุคคลเพศชาย ทราบชื่อภายหลัง นายวัชรชัย สมีรักษ์ จากรถคันที่ 4 แสดงตัวเป็นปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ย จังหวัดกาญจนบุรี ให้ถ้อยคำในเบื้องต้นว่า ได้เข้ามาภายในเขตอุทยานแห่งชาติไทรโยค ในช่วงเย็นของวันที่ 6 ตุลาคม 2561 ด้วยรถกระบะ จำนวน 6 คัน เพื่อเข้ามาทำบุญที่สำนักสงฆ์เหมืองเต่าดำ และได้ตั้งแคมป์พักแรม บริเวณสำนักสงฆ์ดังกล่าว จนถึงช่วงเช้าของวันที่ 7 ตุลาคม 2561 ได้เดินทางออกจากพื้นที่และพบคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ในเวลา 11.30 น. โดยอ้างว่านายอนุสรณ์ เรือนงาม แจ้งว่าได้รับอนุญาตจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ให้เข้ามาภายในบริเวณดังกล่าวแล้ว