เนชั่นทีวี

ข่าว

ดาวโจนส์ปิดตลาดวันพฤหัสฯ ร่วงลงกว่า 200 จุด จากแรงเหวี่ยงของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี

05 ต.ค. 2561 | te

ดาวโจนส์ปิดตลาดวันพฤหัสฯ ร่วงลงกว่า 200 จุด จากแรงเหวี่ยงของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี

ดาวโจนส์ปิดตลาดวันพฤหัสฯ ร่วงลงกว่า 200 จุด จากแรงเหวี่ยงของอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 3.232% สูงสุดในรอบ 7 ปี ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม FAAMG ถูกเทขายหนักฉุดดัชนี Nasdaq ดิ่งลงอย่างหนักถึง 147 จุด


นอกจากนี้ Elon Musk ยอมลงจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ Tesla เหลือแค้ตำแหน่งซีอีโอ พร้อมจ่ายเงินค่าปรับส่วนตัว 20 ล้านดอลลาร์ ส่วนบริษัท Tesla ต้องจ่ายในสัดส่วนเดียวกัน หลังถูกกล่าวหาเข้าข่ายกรณีปั่นหุ้น จากการระบุในทวิตเตอร์ที่จะซื้อหุ้นคืนที่ราคา 420 ดอลลาร์ต่อหุ้น เพื่อนำบริษัทออกจากการจดทะเบียนในตลาดหุ้น Nasdaq

ด้าน IMF เตือนรัฐบาลญี่ปุ่นในการดำเนินการปรับขึ้นภาษีมูลค่า VAT ในปี 2019 อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชน จนส่งผลสะท้อนกลับที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวรุนแรงอีก



1. นักลงทุนเทขายหุ้นอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือกลุ่ม FAANG ฉึดดัชนี Nasdaq ดิ่งลงถึง 145 จุด หรือ 1.81% ปิดที่ 7,879 หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง โดยที่ Facebook ร่วงลง 2.2% Apple ร่วงลง 1.76% Amazon ดิ่งลง 2.22% Netflix ดิ่งลง 3.6% และ Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Google ร่วงลง 2.8%
ท่ามกลงกระแสข่าวที่ว่า รัฐบาลจีนได้ลักลอบฝังไมโครชิปไว้ในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่เป็นฮาร์ดแวร์ของบริษัทสหรัฐเกือบ 30 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐอีกหลายแห่ง ซึ่งจะทำให้รัฐบาลจีนสามารถลักลอบเข้าถึงเครือข่ายข้อมูลลับทางการค้าภายใน และยังสามารถสอดแนมและขโมยทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทสหรัฐ ได้

ทั้ง Apple และ Amazon ออกแถลงการณ์ปฏิเสฑข่าวดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง โดย Apple ระบุว่า ไม่เคยพบชิป หรือพบการดัดแปลงฮาร์ดแวร์ที่แปลกปลอมในเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ Amazon ชี้แจงว่า ทางบริษัทไม่พบหลักฐานใดๆ ที่มีการใส่ชิป หรือมีการดัดแปลงฮาร์ดแวร์อย่างใด



2. แรงกดดันขากนโยบายการเงินที่ตึงตัวของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งผลให้ดาวโจนส์ปิดวานนี้ ร่วงลงกว่า 200.91 จุด หรือ 0.75% ปิดที่ 26,627 โดยฉุดดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,901 ลดลง 23.90 จุด หรือ 0.82%

รวมทั้งแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้นแตะระดับ 3.232% สุงสุดในรอบ 7 ปี นับดปฌนจุดที่ทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลต่อทิศทาศดอกเบี้ยและภ่วะเงินตึงตัวมากขึ้น หลังจากเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ส่งสัญญาณเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนถึงปี 2020 แต่ระดับ 3.4%



3. คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) ระบุว่า Elon Musk พร้อมลงจากตำแหน่งประธานกรรมการบริหารของ Tesla ภายในเวลา 45 วัน แต่จะดำรงตำแหน่งซีอีโอของ Tesla ต่อไป

ขณะเดียวกัน Elon Musk และบริษัท Tesla ต้องจ่ายค่าปรับรวมกัยเป็นเงิน 40 ล้านดอลลาร์ จากการถูกกล่าวโทษกระทำการเข้าข่ายปั่นหุ้น หลังจากที่ SEC สหรัฐ ได้ยื่นฟ้อง Elon Musk จงใจหลอกลวงนักลงทุนในการทวีตข้อความเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม

เกี่ยวกับการนำหุ้น Tesla ออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนของตลาด Nasdaqด้วยการซื้อหุ้นคืนที่ราคาหุ้นละ 420 ดอลลาร์ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้น Tesla พุ่งขึ้น 11% แตะ 387.46 ดอลลาร์ในวันดังกล่าว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์



4. ทั้งนี้ SEC สหรัฐได้ระบุในคำร้องที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์กว่า Elon Musk ไม่สามารถยืนยันถึงแหล่งที่มาของเงินทุนตามที่ระบุไว้ในทวิตเตอร์ได้ จึงถือเป็นเจตนาให้ข้อมูลเท็จต่อนักลงทุน

โดยราคาหุ้น Tesla ที่มีการซื้อขายล่าสุดอยู่ที่ระดับ 281 เมื่อวันพฤหัสฯ เท่ากับเป็นการปรับลดลงจากราาสูงสุดที่ 387 ดอลลาร์มากกว่า 27%



5. คริสติน ลาการ์ด ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เตือนรัฐบาลญี่ปุ่นในการดำเนินการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากอุปโภคและบริโภค หรือ VAT (Value Added Tax) ในปี 2019 อย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นภายใต้การนำของชินโซ อาเบะ ที่เพิ่งได้รับการเลือดตั้งกลับมาเป็นหัวพน้าพรรค LDP ทำให้สามารถอยู้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปนั้น ได้ประกาศที่ขึ้นภาษี VAT เป็น 10% ในปีหน้า ทำให่หลายฝ่ายเกิดความกลัวว่า จะฉุดเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ยังคงอยู่ในภาวะการฟื้นตัว จะเจอกับการชะงักวันในการบั่นทอนกำลังซื้อของประชาชน แล้วส่งผลสะท้อนกลับที่ทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวที่รุนแรงอีก

ข่าวล่าสุด