ดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น 192 จุดในวันจันทร์ขานรับข่าวสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่ โดยส่งผลดีต่อราคาหุ้นกลุ่มรถยนต์ดีดตัวสูงขึ้น
ขณะทีธนาคาร HSBC เปิดเผยในรายงานระบุว่า จีนจะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2030 โดยมีขนาดของ GDP แตะระดับ 26 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสหรัฐ และมีอินเดียใหญ่เป็นอันดับ 3 ขยับขึ้นจากเดิมอยู่ที่อันดับ 7
1. ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งขึ้น 192 จุดในวันจันทร์ขานรับข่าวการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่ โดยส่งผลดีต่อราคาหุ้นกลุ่มรถยนต์ดีดตัวสูงขึ้น ภายใต้ข้อตกลง United States-Mexico-Canada Agreement หรือ USMCA เป็นข้อตกลงการค้าเสรีที่ได้รับการแก้ไขให้มีความทันสมัยในศตวรรษ์ที่ 21 จะเข้ามาแทนที่ NAFTA ซึ่งถูกใช้มานานกว่า 24 ปี
ทั้งนี้ ดาวโจนส์ปิดที่ 26,651 พุ่งขึ้น 192.90 จุด หรือ 0.73% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,924 เพิ่มขึ้น 10.61 จุด หรือ 0.36% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 8,037 ลดลง 9.05 จุด หรือ 0.11%
โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มรถยนต์ได้แรงหนุนจากข่าวการบรรลุข้อตกลง USMCA ทั้งหุ้นเฟียต ไคร์สเลอร์ ทะยานขึ้น 2.3% หุ้นเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) พุ่งขึ้น 1.6% และหุ้นฟอร์ด มอเตอร์ ปรับตัวขึ้น 0.8%
2. ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ฉลองชับชนะที่ถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ ที่เป็นการยืนยันกลยุทธ์ของผู้นำสหรัฐซึ่งได้ใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีต่อประเทศคู่ค้า ที่้เขาเรียกข้อตกลงฉบับนี้ว่า เป็นข้อตกลงการค้าสำคัญที่สุดที่สหรัฐเคยลงนามมาจนถึงทุกวันนี้ และจะสามารถผ่านสภาคองเกรสได้หลังจากที่ได้มีการลงนามรับรองช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน
นอกจากนี้ ข้อตกลง USMCA จะช่วยสร้างงานนับหลายแสนตำแหน่งในสหรัฐ และจะทำให้เกษตรกรสหรัฐสามารถส่งออกถั่วเหลือง ข้าวสาลี สัตว์ปีก ไข่ และผลิตภัณฑ์นมได้มากขึ้น รวมถึงการที่ทำให้ภูมิภาคอเมริกาเหนือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และส่งผลให้แรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์มีค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่แลร์รี คุดโลว์ ที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ยอมรับว่า การเจรจาความขัดแย้งทางการค้ากับจีนยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งนี้ ข้อตกลง USMCA ยังถือเป็นการส่งสาส์นไปยังจีน โดยประธานาธิบดีทรัมป์ซึ่งไม่พอใจต่อสถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐและจีนในขณะนี้ โดยประธานาธิบดีทรัมป์อาจพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในการระชุม G-20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา ในช่วงวันที่ 30 พฤศจิกายน-1 ธันวาคมนี้
4. HSBC ธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป เปิดเผยในรายงานระบุว่า จีนจะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกในปี 2030 โดยมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) แตะระดับ 26 ล้านล้านดอลลาร์ แซงหน้าสหรัฐซึ่งตามมาเป็นอันดับ 2 โดยมี GDP อยู่ที่ 25.2 ล้านล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ อินเดียจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกในปี 2030 เช่นกัน ขยับขึ้นจากเดิมอยู่ที่อันดับ 7 ส่วนเยอรมนีและญี่ปุ่นอยู่ที่อันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ สำหรับอังกฤษจะอยู่ที่อันดับ 6 ตามมาด้วยฝรั่งเศสในอันดับ 7 และบราซิลในอันดับ 8
5. ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI ทะยานขึ้นแข็งแกร่งถึง 2.8% ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา โดยได้แรงหนุนจากการบรรลุข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือฉบับใหม่ นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบถีบตัวสูงขึ้นจากสหรัฐเตรียมใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 2.05 ดอลลาร์ หรือ 2.8% ปิดที่ 75.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์ หรือ 2.7% ปิดที่ 84.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล