ล่าสุด ด.ต. อนุชิต แน่นอุดร ผบ.หมู่จราจร สน.คันนายาว และ ร.ต.ต.สายชล สุทธิประภา รอง สว.(จร.)สน.คันนายาว 2ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ได้พาลงไปยังจุดเกิดเหตุบริเวณแยก กม.8 ถนนรามอินทรา พร้อมกับจำลองเหตุการณ์ในวันที่เกิดเหตุ โดยทั้ง2คน ยืนยันว่า ไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ เป็นการปฏิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจรตามปกติ ตามมาตรการ "กรุงเทพปลอดภัย สวมหมวกนิรภัย 100% " แต่เมื่อผู้ขับขี่ มาถึงบริเวณจัดที่เกิดเหตุพยามเร่งเครื่องขับหลบหนี ฝ่าจุดตรวจ ด.ต.อนุชิต ผู้ที่ยืนกวดขันวินัยจราจร คนที่1 จากนั้น ร.ต.สายชล ผู้ที่ยืนคนที่2 ได้เบี่ยงหลบ และ ใช้มือคว้า สกัดรถไว้ ทำให้รถเสียหลักล้ม ผู้ซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย จากนั้นได้เรียกกู้ภัยฯมาปฐมพยาบาล สอบถามทั้ง2คน จะไปโรงพยาบาลตรวจร่างกายหรือไม่ ทั้ง2ยืนยันไม่ไป ร.ต.ต.สายชลฯ จึงแจ้งว่า ที้ง2ไม่วมหมวกกัน็อค อุปกรณ์ส่วนควบไม่สมบูรณ์ และไม่มีใบอนุญาตขับขี่ จึงออกใบสั่ง ให้ไปข่ายค่าปรับ ผู้ขับขี่ นส.อรรจนา แสนโพธ์ ยอมรับผิด ยกมือไหว้ขอโทษ ยอมรับว่าตั้งใจขับรถเพื่อหลบหนี เพราะไม่ใบขับขี่ ไม่สวมหมวกกันน็อค หลังจากนั้นผู้ถูกจับได้เข้ามาชำระค่าปรับ500 บาท และมารับรถ แต่คนที่โพสต์ด่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ คนซ้อนท้าย
ร.ต.อ.สายชล ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนา ทำให้เกิดอุบัติเหตุ หลังเกิดเหตุได้ขอโทษกับผู้ขับขี่แล้ว ส่วนบุคคลที่โพสต์ยืนด่า ไม่ยอมรับฟังใดใด จึงเดินหลีกหนี และ ได้ชี้แจงกับผู้บังคัญบัญชาแล้ว ว่าการทำงานต้องมีกระทบกระทั่ง การปะทะกันบ้าง ผู้บังคับบัญชาก็เข้าใจ ส่วนการยืนตรวจกวดขันบริเวณทางโค้ง ทางแยก เป็นนโยบายผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะเป็นช่วงที่ผู้ขับขี่จะต้องชะลอความเร็ว และเพื่อลดแรงเสียดทาน ไม่ให้รถเร็ว ไม่เช่นนั้นจะควบคุมรถไม่อยู่ หรือ จับกุมไม่ได้ โดยส่วนใหญ่ผู้ขับขี่มักจะให้ความร่วมมือดี น้อยคันที่จะทำแบบนี้ แต่จะมีเฉพาะวัยรุ่นที่คึกคะนอง ที่ชอบฝ่า ขับหลบหนี
ร.ต.อ.สายชล ยังมั่นใจมีหลักฐานทั้งจากซีซีทีวี และ ผู้ที่ขับรถผ่านไปมา ยังได้เปิดกระจกรถ บอกว่าทำไมผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อค และ ขับรถเร็ว พร้อมฝากให้ตำรวจดูแลทั้ง2คนให้ดี อยากให้เรื่องนี้มีความกระจ่างและสังคมเข้าใจ ซึ่งปกติแล้วคนที่ไม่ชอบตำรวจก็จะตัดสินว่าตำรวจผิด เพราะเห็นจากคนโพสต์ฝ่ายเดียว ส่วนกรณีที่ผู้โพสต์ ระบุ ว่าเป็นขอทาน และ ระบุว่าตำรวจตั้งด่านรีดไถเงิน เฉยๆ ชินแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งด่านรีดไถเงิน ที่ผ่านมาผู้ทำผิดจราจรมักขอให้ช่วย แต่ตำรวจต้องปฏิบัติตามกฏจราจร รักษาความเรียบร้อย
ด้าน พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว เปิดเผยว่า ได้เรียกให้ ผู้ที่โพสต์เข้ามาให้ปากคำตำรวจ แต่ยังไม่ติดต่อกลับมา และ อยู่ระหว่าง สืบสวนข้อเท็จจริง ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของจนท.บกพร่องหรือไม่. โดยตรวจสอบกล้องวงจรปิด ในสถานที่ดังกล่าว สอบสวนพยานที่เกี่ยวข้องเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงต่อไป แต่การโพสต์ และ ใช้คำรุนแรง เป็นการดูหมิ่น เจ้าพนักงาน และ การนำข้อมูลเท็จลงสู่ตอมพิวเตอร์ ตามความผิด พรบ.คอมม์ ตำรวจจะพิจารณาอีกครั้ง ในเบื้องต้นอยากพูดคุยกันก่อน ใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ระหว่างตำรวจกับประชาชน
ทีมข่าวได้นัดสัมภาษณ์ ผู้เสียหายคนซ้อนท้าย และเป็นคนโพสต์ หลังจากนัดไว้ในช่วง14.00 น.แต่เมื่อถึงเวลา เจ้าตัวปฏิเสธที่จะรับสาย