กลุ่มงานประชาสัมพันธ์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แจ้งว่า ตามที่ ขสมก.ได้ทำสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-ticket) กับกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน โดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) เพื่อติดตั้งระบบฯและอุปกรณ์ ประกอบด้วยเครื่องอ่านบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-ticket) และเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Cash Box) บนรถโดยสาร จำนวน 2,600 คัน ซึ่งต่อมา ขสมก.ได้ประเมินการทดลองใช้งานพบว่า หากนำเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติมาให้บริการ อาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ จึงเห็นควรยกเลิกการติดตั้งเครื่องเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (Cash Box) ขสมก.จึงได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อเจรจาปรับปรุงเงื่อนไขสัญญา ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับ ขสมก.
และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การต่อไป โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคม 2561 ในส่วนของการติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสาร ขณะนี้ ขสมก.ได้ติดตั้งเครื่องอ่านบัตรโดยสารเวอร์ชั่น 2.0 บนรถโดยสารธรรมดา จำนวน 800 คัน ซึ่งเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้บริการแล้ว 300 คัน ส่วนที่เหลืออีก 500 คัน คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2561 ส่วนการติดตั้งบนรถโดยสารที่เหลืออีก 1,800 คัน ขณะนี้ได้ติดตั้งแล้ว 700 คัน คาดว่าจะดำเนินการ ติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมใช้งานได้ทั้งหมด ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 สำหรับการปรับปรุงระบบฯจากเวอร์ชั่น 2.0 เป็นเวอร์ชั่น 2.5 ขณะนี้ ขสมก.อยู่ระหว่างการประสานงานกับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เพื่อขอข้อกำหนดคุณสมบัติ และเงื่อนไขการทดสอบ เพื่อรองรับบัตรโดยสารร่วมที่จะใช้เป็นแนวทางในการวางแผนการปรับปรุงระบบฯต่อไป ซึ่ง ขสมก.ได้มีการประชุมร่วมกับ รฟม.เป็นระยะๆ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้เป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ โดยจะใช้ระยะเวลาในการปรับปรุงระบบฯประมาณ 4 - 6 เดือน ภายหลังได้รับเอกสาร คาดว่าจะสามารถปรับปรุงระบบฯแล้วเสร็จ และใช้งานได้ประมาณเดือนมีนาคม 2562