เนชั่นทีวี

ข่าว

ครูทั่วประเทศร้องเชือด 3 องค์กรสูบเลือดบนกองหนี้ครู 7 แสนล้าน

27 ก.ย. 2561 | te

ครูทั่วประเทศร้องเชือด 3 องค์กรสูบเลือดบนกองหนี้ครู 7 แสนล้าน

ตัวแทนครูทั่วประเทศกว่า 200 คน ร้องกองปราบปราม ป.ป.ท. ดีเอสไอ ก.ศึกษาฯ และ ป.ป.ง. สอบสวนเอาผิด สกสค.-ธ.ออมสิน และบริษัทประกันภัย ลากไส้คนบาปสูบเลือดครูจากเบี้ยประกันบนกองหนี้สินกว่า 7 แสนล้านบาท

วันนี้ ( 27 ก.ย.) นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ผู้ประสานงานกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ พร้อมด้วย นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายสำคัญ จงโกเย็น นายชุบ ไชยฤทธิชัย นายสุริยนต์ สุวรรณวงศ์ นายกิตติศักดิ์ อินทรกำแหง ณ ราชสีมา และตัวแทนครูร่วม 200 คน พร้อมลงลายมือชื่อของกลุ่มครูผู้เป็นหนี้กว่า 500 คน ยื่นเรื่องร้องทุกข์ ต่อ 5 หน่วยงานของรัฐ ได้แก่ กองปราบปราม, ป.ป.ท., ดีเอสไอ, กระทรวงศึกษาธิการ และ ป.ป.ง. เพื่อให้สอบสวนตามอำนาจหน้าที่กับ สำนักงานสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ธนาคารออมสิน และ บริษัททิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กร และพนักงานของรัฐ ในกรณีส่อว่าน่าจะฉ้อโกงประชาชน


สำหรับประเด็นที่ขอให้ตรวจสอบ ประกอบด้วย การประกันภัยที่มีพิรุธ บังคับครูเป็นแสนคนเสียเงินเบี้ยประกันล่วงหน้า 9 ปีในราคาแพงโดยไม่มีสิทธิล่วงรู้ได้ และครูไม่ได้รับกรมธรรม์เลย บางบริษัทขายประกันชีวิตแล้วยกเว้นไม่จ่ายสินไหมกรณีตายด้วยอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นการออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยแตกต่างไปจากแบบหรือข้อความที่นายทะเบียนให้ความเห็นชอบ การไม่คืนเบี้ยประกันให้ครูผู้กู้ทุกปีแต่ประกันล่วงหน้าคราวละ 9 ปี การให้ธนาคารออมสินส่งรายได้จากเงินหนี้ครูเข้ากองทุนเพื่อสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคงตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ว ช.พ.ค.ฯ ได้เป็นหมื่นล้านบาท และการร้องทุกข์การส่อทุจริตของ สกสค. ที่เกี่ยวข้องกันหนี้ครู


การส่อว่าจะทุจริตดังกล่าว ทำให้ครูภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคใต้ ได้มาขอความช่วยเหลือจาก "กลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์" จากนั้นมีการประชุมร่วมไปแล้วหลายครั้ง จนสามารถสรุปได้ข้อสรุปเพื่อดำเนินการดังกล่าว


นายไชยวัฒน์ กล่าวระหว่างเข้าพบ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีดีเอสไอ ว่า เราใช้เวลา มากกว่า 9 เดือนในการศึกษาข้อมูลเรื่องหนี้สินของครูถึง 7 แสนคน ปล่อยกู้ไปแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท มันมีประเด็นที่ควรให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบพฤติการณ์ของบริษัทประกันภัย ของรัฐในประเด็นเงื่อนงำทั้งหลายว่า 3 หน่วยงานนี้ส่อว่าน่าจะสมคบคิดกันหรือไม่ในการทำมาหากินกับหนี้ของครูก้อนมหึมานี้ พฤติการณ์ที่ได้รับข้อมูลมาจากครูผู้ร่วมโครงการหลายรายหลายพื้นที่สรุปได้ว่า พฤติกรรมของ เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงาน จากข้อเท็จจริงเชื่อได้ว่า ส่อว่าเป็นการฉ้อฉล เข้าข่ายความผิดฉ้อโกงประชาชน การบริหารโครงการภายใต้การสร้างความชอบธรรมโดยอ้างความเดือดร้อนของครูเป็นหลัก แต่มีเจตนาแอบแฝงเพื่อร่วมกันทำการทุจริตจากเงินเบี้ยประกันที่หักไป ล่วงหน้าทั้งก้อน อ้างว่า เพื่อประกันสัญญาเงินกู้ โดยครูซึ่งเป็นคู่สัญญาต้องจำยอมทุกราย ดังนั้นเพื่อความเป็นธรรมด้วยกันทุกฝ่ายจึงยื่นเรื่องร้องทุกข์ให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป


นายสำคัญ จงโกเย็น ข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาการประถมศึกษานครราชสีมา ( สพป.นม.) เขต 5 กล่าวว่า กู้เงิน 1.2 ล้านบาท แต่โครงการดังกล่าวซ่อนเร้นอำพรางเรื่องหักเอาเงินเบี้ยประกันหนี้ไว้ล่วงหน้า 9 ปี โดยการบริหารกองทุน ช.พ.ค.ของ สกสค. กลับทุจริตมีการนำเงินจำนวน 2,000 กว่าล้านบาทไปลงทุนในโครงการโซลาร์เซลล์ และอื่นๆ จำนวนมาก โดยผิดวิธีผิดระเบียบและข้อกฎหมายกำหนด ควรให้ผู้เสียหายเข้าชื่อร้องทุกข์ต่อหน่วยงานปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของรัฐ


นายชุบ ไชยฤทธิชัย ทนายความกลุ่มยุติธรรมภิวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องหนี้ครูเป็นความร่วมมือกันของคนกลุ่มหนึ่ง วางแผนอาชญากรรมที่ทำลายความมั่นคงของอาชีพครู และทำลายความมั่นคงแห่งรัฐ โดยมีเงินเบี้ยประกันฯ เป็นเหตุหรือใจกลางของการทุจริตที่ส่อว่า มีการกระทำผิดกฎหมายอาญาหลายมาตรา ลักษณะฉ้อโกงประชาชนตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่ามีใครบ้าง จึงจำเป็นต้องใช้องค์กรของรัฐเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งประชาชนสามารถใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 41(2) และ(3)

ข่าวล่าสุด