จากกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งสำนวนคดีทุจริตเงินทอนวัด เฟส 3 กลับมาให้กองบังคับการกองปราบปราม (บก.ป) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค.2561 ที่ผ่านมาเพื่อให้ บก.ปปป. สอบสวนต่อนั้น ล่าสุด แหล่งข่าว บก.ปปป.เปิดเผยเนชั่นทีวี ว่า วันนี้ (26 พ.ค.) พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบช.ก. หัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป. นำสำนวนคดีความหนากว่า 50,000 หน้า ที่พนักงานสอบสวน มีความเห็นสั่งฟ้องนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กับพวกเป็นผู้ต้องหา 9 คดี มีวัดที่ร่วมกระทำความผิด 12 วัด เข้าพบ นายวิเชียร ถนอมพิชัย อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า คดีอาญา เฟส 3 ที่รับเรื่องจาก ป.ป.ช. กลับมาดำเนินการ ทั้ง 10 วัด แบ่งเป็น บก.ป. 3 คดี 3 วัดของกรุงเทพฯ ส่วนที่ บก.ปปป. รับผิดชอบสำนวน 9 วัด ของต่างจังหวัด ซึ่งได้พิจารณารวมกรรมเดียวกันของกลุ่มวัด สรุปเป็น 9 คดี แบ่งเป็นการทุจริตงบพระปริยัติธรรม 75 ล้านบาท งบเผยแผ่พระพุทธศาสนา 10 ล้านบาท และงบบูรณปฎิสังขรณ์วัดและพัฒนาวัด 62 ล้านบาท รวมกว่า 148 ล้านบาท
นายวิเชียร เปิดเผยว่า เมื่ออัยการได้มอบสำนวนทั้ง 9 คดีจากพนักงานสอบสวนแล้ว ไก้แจกจ่ายคดีให้กับกองคดีปราบปรามการทุจริต เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับกระบวนการพิจารณาของอัยการ จะพิจารณาหลักฐานที่พนักงานสอบสวนส่งมา และเร่งพิจารณาเนื่องจากในบางคดีจะต้องฟ้องผู้ต้องหาอยู่ระหว่างการควบคุมตัว ให้ทันภายในกำหนดระยะเวลาฝากขังแต่ในบางคดีผู้ต้องหาอยู่ในระหว่างการอายัดตัว ส่วนผู้ต้องหาหลักคือนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหลบหนีไปต่างประเทศ อัยการจะขอศาล เพื่อออกหมายจับต่อไป