การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการสร้างหลักประกันสุขภาพให้กับคนไทย และแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ที่เน้น ๕ กลยุทธ์หลักในการ "สร้างความเชื่อมั่น" โดยเฉพาะการสร้างความมั่นใจในการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบาง และกลุ่มที่ยังไม่เข้าถึงบริการ ซึ่งรวมถึงกลุ่มประชากรผู้ต้องขัง ส่งผลให้สถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวางมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและยกระดับ การให้บริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขังในเรือนจำ โดยได้เชิญคณะผู้แทนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต ๔ สระบุรี เข้าตรวจเยี่ยมกิจการสถานพยาบาลเมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา และได้รับคำแนะนำว่า สถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวางมีศักยภาพเพียงพอที่จะยกระดับจากหน่วยบริการ
ปฐมภูมิขึ้นเป็นหน่วยบริการประจำและส่งต่อในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ และเพื่อให้กลุ่มผู้ต้องขังซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเปราะบาง สามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้มากขึ้น เรือนจำกลางบางขวาง โดยสถานพยาบาลเรือนจำ ได้ยื่นความประสงค์ขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการ/ประจำ และรับส่งต่อทั่วไป และเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๖๑ คณะกรรมการตรวจประเมิน การขึ้นทะเบียนหน่วยบริการเอกชนและหน่วยบริการภาครัฐนอกสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตามเกณฑ์ขึ้นทะเบียนหน่วยบริการปฐมภูมิ/ประจำและหน่วยบริการรับส่งต่อทั่วไป สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต ๔ สระบุรี ร่วมกับกองบริการทางการแพทย์ กรมราชทัณฑ์ ได้เข้าตรวจประเมินสถานพยาบาลเรือนจำ กลางบางขวาง เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการประจำและรับส่งต่อทั่วไป ผลการตรวจประเมิน และสามารถผ่านเกณฑ์การประเมินแบบมีเงื่อนไขได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยบริการประจำและรับส่งต่อทั่วไปในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
พันตำรวจเอกณรัชต์ฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวต่อไปว่า กรมราชทัณฑ์ได้เล็งเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขัง โดยสถานพยาบาลเรือนจำกลางบางขวาง ได้พัฒนาศักยภาพจากหน่วยบริการปฐมภูมิ มาเป็นหน่วยบริการประจำและรับส่งต่อในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพื่อการเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม