แต่จะเป็นยังไงถ้าวันหนึ่งเรามารู้ที่หลังว่ารถป้ายแดงที่เราถอยออกมา เป็นรถที่ผ่านการเชี่ยวชนมาก่อนที่จะถึงมือเรา ไม่ใช่ชนแบบเบาๆนะชนแบบหนักเลย อันนี้เศร้าใจเลยนะ เพราะรถป้ายแดงเป็นรถที่ไม่เคยผ่านมาคนอื่นมาก่อน อาจมีพนักงานของศูนย์ขับเข้าขับออกโชว์รูมเล็กน้อยตอนขนส่งมีผู้ซื้อรถยนต์ป้ายแดงคนหนึ่ง เค้าประสบกับเหตุการณ์อย่างที่เราได้บอกไป เค้าไปถอยรถยนต์ป้ายแดงจากศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่ง ขับไปขับมาปีกว่า (เปลี่ยนทะเบียนเป็นป้ายขาว) เกิดขับรถไปเบียดชนรั้วบ้าน พอเอารถไปเข้าศูนย์เคลมประกันเจ้าของรถถึงกับตกใจ พึ่งจะมารู้ตัวว่ารถป้ายแดงของตัวเองที่ออกมาจากศูนย์รถยนต์ เคยผ่านการเฉี่ยวชนมาก่อนถึงมือเราแล้ว ไม่ใช่ชนธรรมดา ช่างซ่อมรถบอกเลยว่าชนหนักมาด้วย ก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าจะถูกยอมแมวขายรถป้ายแดงหรือเปล่า
คุณพีระ สิริเรือง เจ้าของรถยนต์ บอกว่า ถ้าไม่ขับรถไปชนประตูรั้วบ้านแล้วเอารถไปเข้าศูนย์เคลมประกัน ป่านนี้คงยังไม่รู้ว่ารถตัวเองเคยผ่านการเฉี่ยวชนมาแล้ว เพราะรอยซ่อมแซมจุดที่เสียหายมันอยู่ด้านในรถไม่ใช่ช่างซ่อมคนอย่างเราๆคงไม่มุดไปดู จุดที่บริเวณเสาซีช่วงท้ายรถยนต์เต็มไปด้วยรอยพุ รอยสนิม รอยทำสีอย่างที่เห็น ซึ่งเป็นคนละจุดกันกับขับไปชนประตู เขาจึงเชื่อว่ารถของเขาถูกย้อมแมวขายเป็นรถใหม่ป้ายแดง ตอนซื้อรถคันนี้มาราวปี 57 จนถึงตอนนี้ยังตกลงเจรจาค่าเสียหายกับศูนย์รถยนต์แห่งนี้ไม่ได้เลย สุดท้ายต้องไปแจ้งความดำเนินคดี
ไปดูมุมมองของช่างทำสีรถยนต์ประจำศูนย์บริการกันบ้าง ช่างทำสีรถยนต์ บอกว่า รถยนต์ของคุณพีระ ไม่ได้ถูกย้อมแมวขาย แต่อาจเป็นเพราะระหว่างการรับ-ส่งรถป้ายแดง อาจเกิดอุบัติเหตุขึ้น จึงทำให้บริเวณเสาซีได้รับความเสียหาย ผู้ดำเนินการขนส่งรถยนต์จึงต้องนำรถไปซ่อมแซมโดยการทำสี แต่ช่างอาจทำไม่เรียบร้อยจึงทำให้เกิดรอยปูด รอยแตก จนทำให้เกิดสนิมขึ้น
นี่ก็เป็นความเห็นของทั้งสองฝ่าย คือฝ่ายผู้ซื้อ และฝ่ายผู้ขาย เราคงสรุปไม่ได้ว่า ขายรถย้อมแมวมีจริงหรือเปล่า เดี๋ยววันพรุ่งนี้มีตามกันต่อ ล่าความจริงไปสัมภาษณ์กูรูรถยนต์มาอธิบายว่า ถ้าเจอเคทแบบนี้ต้องทำยังไง แบบไหนเรียกขายรถยอมแมว