นอกจากผลสำรวจคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ แล้ว กอ.รมน.ยังวิเคราะห์สถานการณ์พรรคเพื่อไทยว่า "จะไม่ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเช่นการเลือกตั้งที่ผ่านมา" เนื่องจากความไม่ชัดเจนคนมานั่งเป็นแกนนำ และ อดีต ส.ส.ในสังกัดย้ายพรรคโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน
ขณะที่"พรรคประชาธิปัตย์" มีปัญหาภายใน มีการเสนอชื่อบุคคลขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ทำงานการเมืองไม่เข้าถึงประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอิสาน ส่วนภาคใต้และภาคกลาง กำลังจะเสียฐานเสียงสำคัญให้กับ กลุ่ม กปปส. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) ในฐานะที่ปรึกษาพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่ประกาศหนุน พล.อ.ประยุทธ์
กอ.รมน.ได้ประเมินตัวเลขพบว่า การเลือกตั้งในปีหน้า พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาธิปัตย์ จะได้ ส.ส.รวมกันไม่น่าจะพอตั้งรัฐบาลผสมโดยสองพรรคนี้ได้(ค่าความคลาดเคลื่อนอยู่ที่ประมาณ 10-20% )นั้นเป็นที่มาของประโยค "ผมสนใจงานการเมือง"ของพล.อ.ประยุทธ์
เเหล่งข่าวจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า คะเเนนนิยมปีนี้ของพล.อ.ประยุทธ์ขยับขึ้นกว่าปีที่เเล้ว โดยเฉพาะจังหวัดที่คะเเนนนิยมต่ำ โดยโครงการรัฐบาลเเละการลงพื้นที่จังหวัดต่างๆของครม.ช่วยทำให้คะเเนนนิยมดีขึ้น เเละเน้นวัดคะเเนนนิยมกับพรรคเพื่อไทย โดยตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์มีเรตติ้งดีกว่าเเบบเห็นขัด
เเหล่งข่าวกล่าวว่าตรงนี้จะช่วยให้ผู้สมัครส.ส.ที่จะมาสังกัดพรรคใหม่เเละพรรคอื่นๆได้คะเเนนขึ้นเเละสามารถเบียดกับอดีตส.ส.พรรคเพื่อไทยหรือบางพรรคได้ เพราะอดีตผู้สมัครส.ส.จะมีคะเเนนของตัวเองในพื้นที่ เเละเมื่อบวกเรตติ้งของพล.อ.ประยุทธ์ในปีนี้ก็ประเมินได้ว่า น่าจะสู้กับพรรคเพื่อไทยได้ โดยเฉพาะจังหวัดที่คะเเนนของพล.อ.ประยุทธ์ไม่ดี เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ลงพื้นที่เเล้วไปสำรวจใหม่พบว่าประชาชนให้เรตติ้งพล.อ.ประยุทธ์เพิ่มเเบบเห็นชัด
จุดนี้รอวัดใจกันในวันหย่อนบัตรว่า"ความฝัน"ของบิ๊กตู่จะสมปราถนาหรือไม่