ขนส่งฯ ยัน! ห้าม"รถตู้"อายุเกิน 10 ปี วิ่งให้บริการ

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยัน ห้ามรถตู้อายุเกิน 10 ปีวิ่งให้บริการตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ เตรียมรถเสริมวิ่งให้บริการแทน ยืนยันไม่กระทบการเดินทางของประชาชน
ข่าว
รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เชิดชัย สนั่นศรีสาคร บอกว่า ได้หารือร่วมกับกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และบริษัท ขนส่ง จำกัด บขส. เพื่อเตรียมมาตรการรองรับกรณีที่รถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการสาธารณะประกาศหยุดวิ่ง ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้
โดยในวันที่ 30 กันยายนนี้ จะมีรถโดยสารสาธารณะจะทยอยครบอายุการใช้งาน 10 ปี ตามข้อกำหนดความปลอดภัยของกรมการขนส่งทางบก แบ่งเป็นหมวดที่ 1 รถตู้โดยสารที่ใช้วิ่งในกรุงเทพมหานครจำนวน 954 คัน มีทั้งหมด 11 เส้นทาง ประกอบด้วยอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 260 คัน มีนบุรี 191 คัน จตุจักร 1 คัน รังสิต 28 คัน บขส.125 คัน รถร่วม ขสมก.480 คัน
ทั้งนี้มั้นใจว่าในวันที่ 1 ตุลาคมหากมีการหยุดวิ่งประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากทางกรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับ ขสมก. และ บขส. นำรถร่วมเข้ามาวิ่งให้บริการรองรับการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน
ขณะเดียวกันรถตู้ที่อายุการใช้งานครบ 10 ปี ยืนยันจะต้องเปลี่ยนเป็นรถโดยสารขนาดเล็ก หรือ มินิบัส มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง โดยทางกรมการขนส่งทางบก ธนาคารกรุงไทย บขส. และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ได้ทำ MOU ร่วมกันในโครงการ"เปลี่ยนรถตู้โดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร" มีวงเงินกู้ต่อราย 20 ล้านบาท ในอัตตราดอกเบี้ยต่ำ และประกันชีวิต วงเงินกู้รวม 2000 ล้านบาท โดยล่าสุดในส่วนของผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก.ได้ยื่นความจำนงขอเปลี่ยนรถแล้ว 500 กว่ารายซึ่งได้ดำเนินการเปลี่ยนไปแล้วกว่า 100 ราย
ส่วนประเด็นของรถเมล์ที่ให้บริการประชาชนแต่อยู่ในสภาพที่เก่ามากแล้วนั้น ทางกรมการขนส่งทางบกได้จ้างให้มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นที่ปรึกษาเพื่อปฏิรูปการให้บริการใหม่โดยจะมีการให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมให้บริการและจะให้นำรถใหม่มาให้บริการเท่านั้น