จากงานใหญ่ที่ยังรออยู่ของ ผบ.ทบ.คนใหม่ ดูงานใหญ่ที่รอ "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เตรียมแต่งตัวเป็นนายกฯอีก 1 สมัยกันบ้าง
วันนี้่นายกฯลุงตู่ ตอบคำถามนักข่าวถึงอนาคตทางการเมืองที่เคยแย้มเอาไว้ว่าจะประกาศภายในเดือนกันยายน สัปดาห์ที่แล้ว ท่านนายกฯอารมณ์ไม่ค่อยจะสู้ดี บอกว่าไม่อยากตอบแล้ว สนใจอะไรกันนักหนา รอฟังปีหน้าเลยดีไหม พอมาวันนี้ ท่านนายกฯอยู่ในอาการสงบนิ่ง และอยู่ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกันยาฯ นายกฯลุงตู่ก็ตัดสินใจเพิ่มความชัดเจนขึ้นมาอีกระดับหนึ่งเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของตัวเอง โดยบอกว่า สนใจงานการเมือง แต่จะตัดสินใจอย่างไร สนับสนุนใคร จะแจ้งให้ทราบในอีกระยะหนึ่ง ไปฟังเสียงกัน
นายกฯลุงตู่ ยังบอกด้วยว่า จะยังไม่มีการปรับคณะรัฐมนตรี และจะไม่ลาออกจากหัวหน้าคสช.
สำหรับอนาคตทางการเมืองของ "นายกฯลุงตู่" หากต้องการเป็น "นายกฯคนใน" หลังเลือกตั้ง คือโหวตจากบัญชีว่าที่นายกฯที่พรรคการเมืองเสนอ พรรคละ 3 ชื่อ "บิ๊กตู่" ไม่จำเป็นต้องสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด และไม่ต้องลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย เพราะกฎหมายเปิดช่องให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่พรรคเห็นสมควรเป็นนายกรัฐมนตรีได้พรรคละ 3 ชื่อ และนำชื่อนั้นไปรณรงค์หาเสียง แต่ถ้ามีพรรคการเมืองใดสนใจบุคคลคนเดียวกันเกิน 2 พรรค สมมตินายกฯลุงตู่ มีพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ แล้วยังมีพรรคประชาชนปฏิรูป ของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน อยากจะเสนอด้วย แบบนี้ "บิ๊กตู่" ต้องเลือกเอาพรรคใดพรรคหนึ่งเพียงพรรคเดียว แต่ความเสี่ยงก็คือ พรรคที่จะเสนอชื่อนายกฯตามบัญชีให้โหวตในสภาได้ ต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 ที่นั่งในสภา ฉะนั้น "บิ๊กตู่" ก็ต้องเลือกดีๆ ถ้าไปเลือกพรรคเล็กเกินไป เผลอๆ ไม่ถึง 25 ที่นั่ง จะวืดลุ้นเป็นนายกฯจากบัญชีพรรคการเมือง
ส่วนจังหวะเวลาการเสนอชื่อว่าที่นายกฯของพรรคการเมือง จะเกิดขึ้นช่วงหลังจากที่ กกต.ประกาศพระราชกฤษฎีการเลือกตั้งแล้ว ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงกลางๆ หรือปลายเดือนธันวาคม