นางชนิญญา เปิดเผยว่า จากการพูดคุยเบื้องต้น ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่า คดีมีมูลหรือไม่ แต่จากหลักฐานที่นายอัจฉริยะ นำมามอบให้ถือว่าเป็นประโยชน์กับทางอัยการ โดยประกอบด้วยเอกสาร ภาพถ่าย และความผิดที่นายอัจฉริยะ ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทนายได้ร่วมมือกันให้กระบวนการยุติธรรม มีความโปร่งใส โดยขณะนี้ได้เรียกเอกสารในสำนวนคดี แล้วจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งจะเป็นอัยการคดียาเสพติด ทั้งนี้ จะประสานงานกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน โดยไม่ได้รอให้ตำรวจตรวจสอบเสร็จสิ้น และขอยืนยันการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยว่า จะทำให้เร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ ส่วนหลักฐานที่เห็นไม่สามารถเปิดเผยได้ ว่าเป็นหลักฐานทางราชการ หรือเป็นหลักฐานอะไร
สำหรับเรื่องดังกล่าว จะกระทบกับการทำงานของสำนักคดียาเสพติดหรือไม่นั้น อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียา เสพติด ระบุว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไร แต่ยอมรับว่าคดียาเสพติด เป็นนโยบายของรัฐบาลและโลก เพราะทุกประเทศมีปัญหาเรื่องยาเสพติด เราต้องช่วยขจัดสิ่งเหล่านี้ให้หมดสิ้นไป
ส่วนกรณีที่นายอัจฉริยะ ระบุว่า มีอัยการเข้าไปเกี่ยวข้อง และมีความจำเป็นต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ของอัยการคนดังกล่าวหรือไม่นั้น เรื่องนี้ต้องอยู่ในดุลยพินิจของอัยการสุด ส่วนบุคคลที่ยังไม่มั่นใจว่าเป็นอัยการหรือไม่ ก็ต้องนำไปตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบชื่อมีเพียงภาพถ่ายจากข่าวที่นายอัจฉริยะ นำมามอบให้เท่านั้น ซึ่งอัยการในประเทศมีเพียง 3 พันคน ซึ่งเชื่อว่าจะตรวจสอบได้ไม่ยาก แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่อัยการทั้ง 5 คน ที่เป็นคณะทำงานในคดีของเอมี่