ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา "ล่าความจริง" เกาะติดการเปิดโปงเรื่องนี้ โดยคุณปรีดา ออกมาแฉว่า มีกลุ่มที่เรียกว่า "นายใหญ่" ซึ่งเชื่อมโยงกับข้าราชการระดับสูง อยู่เบื้องหลังกระบวนการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ทำให้เม็ดเงินสนับสนุนคนพิการตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเฉพาะตามมาตรา 33 กับ 35 ต้องหล่นหายไปถึงปีละ 1,500 ล้านบาท
มาตรา 33 เป็นเรื่องของสถานประกอบการที่รับบรรจุคนพิการเข้าทำงาน ในอัตรา 1 คนต่อการจ้างพนักงานทั่วไป 100 คน พบการสวมสิทธิ์ จ้างแต่ชื่อ แต่ตัวอยู่บ้าน แบ่งสรรผลประโยชน์กันระหว่างสถานประกอบการ และสมาคมคนพิการบางแห่ง
มาตรา 35 เป็นเรื่องที่สถานประกอบการให้การช่วยเหลือคนพิการรูปแบบอื่น กรณีไม่ได้บรรจุเข้าทำงานโดยตรง เช่น ฝึกอาชีพ จ้างเหมาบริการ จ้างเหมาช่วงงาน พบการกดราคาค่าจ้างเหมา จำนวนวันที่ทำงานน้อยกว่าที่ควรจ้างจริง เช่น เดือนละ 5 วัน แทนที่จะเดือนละ 30 วัน รวมไปถึงการทำโครงการฝึกอาชีพ แต่เปิดหลักสูตรจริงสั้นกว่าที่กำหนดไว้ในโครงการ เป็นต้น
ล่าสุดวันนี้ คุณปรีดา ลิ้มนนทกุล ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ได้เดินทางไปยื่นเอกสารต่อสำนักงาน ปปง. โดยเป็นหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับกลโกงของกลุ่มผู้นำคนพิการและสมาคมคนพิการในจังหวัดหนึ่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร พร้อมเรียกร้องให้ ปปง.เร่งตรวจสอบเส้นทางเงิน เพื่อเป็นหลักฐานมัดพฤติกรรมทุจริต
ประธานเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ บอกกับ "ล่าความจริง" ว่า กรณีการโกงเงินคนพิการที่ยื่นหลักฐานให้ ปปง.นี้ เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 59 โดยมีการนำคนพิการจำนวน 30 กว่าคน ไปเข้าร่วมโครงการฝึกงาน ฝึกอาชีพ เป็นเวลา 6 เดือน แต่อบรมจริงแค่ 3 เดือน เวลาอบรมที่หายไป ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต้องมอบให้คนพิการ ทางแกนนำก็หักหัวคิว ทำให้เกิดความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
ต่อมาในปี 60 หลังจากอบรมฝึกอาชีพแล้ว ก็มีโครงการมอบรถขายของเคลื่อนที่ให้กับคนพิการ ปรากฏว่าแกนนำคนพิการในจังหวัดเดียวกัน ยึดรถและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไปทั้งหมด ทั้งๆ ที่ต้องตกเป็นของคนพิการ ต่อมามีการจ่ายเงินชดเชยให้คนพิการรวมๆ แล้วแค่หลักแสนบาท ทั้งๆ ที่งบประมาณทั้งหมดสูงกว่า 3 ล้านบาท ที่ผ่านมาไม่เคยมีหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้
ขณะที่มีการเคลื่อนไหวของฝั่งคุณปรีดา ในฐานะแกนนำเครือข่ายพิทักษ์สิทธิ์คนพิการ ก็มีข่าวว่าสมาคมคนพิการจากจังหวัดที่ถูกกล่าวหาพาดพิง ได้นัดหมายเดินทางเข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนและร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารกระทรวงแรงงาน โดยอ้างว่าข้อกล่าวหาของคุณปรีดา ไม่เป็นความจริง และพร้อมเปิดข้อมูลอีกด้านให้สังคมได้รับทราบ
วันนี้เผอิญว่าที่กระทรวงแรงงานมีกิจกรรมวันคล้ายวันสถาปนากระทรวง จึงยังไม่มีผู้บริหารคนใดได้รับหนังสือร้องเรียนจากฝั่งสมาคมคนพิการ และยังไม่มีใครออกมาให้ความเห็นในเรื่องนี้ ซึ่งล่าความจริงจะติดตามความคืบหน้ามารายงานให้ทราบต่อไป