ตรวจสอบเบื้องต้นเฉพาะเงินช่วยเหลือคนพิการในเรื่องของการจ้างงาน ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งมีมาตราที่เกี่ยวข้องในส่วนนี้อยู่ 3 มาตรา สรุปง่ายๆ คือ
1.มาตรา 33 ให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ หรือหน่วยงานของรัฐ รับคนพิการเข้าทำงาน ในอัตราส่วน 1 คนต่อการจ้างงาน 100 คน
2.มาตรา 34 หากนายจ้างไม่รับผู้พิการเข้าทำงาน สามารถส่งเงินเข้า "กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ" แทนได้ ในอัตราเท่ากับการจ้างจริง คือ 1 คน คิดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท คูณด้วยจำนวนวันใน 1 ปี คือ 365 วัน สรุปต้องจ่าย 109,500 บาทต่อคนต่อปี หรือ 9,150 บาทต่อเดือน ส่วนจะจ่ายกี่คน ก็คิดตามสัดส่วน 1 คนต่อการจ้างงาน 100 คนตามข้อแรก
3.ถ้าไม่ทำทั้ง 2 ข้อ (คือไม่จ้างงาน และไม่จ่ายเงินเข้ากองทุน) นายจ้างหรือหน่วยงานรัฐก็อาจให้สัมปทานจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการ จัดจ้างเหมาช่วงงานหรือจ้างเหมาบริการโดยกรณีพิเศษ หรือให้ความช่วยเหลืออื่นใดแก่คนพิการหรือผู้ดูแลคนพิการก็ได้
นี่คือเรื่องที่กฎหมายบังคับ แต่ก็เขียนเป็นทางเลือกเอาไว้ 3 แบบ ทีนี้มาดูว่าพวกที่จ้องจะโกง เอาเปรียบคนพิการ เขาทำกันแบบไหน
วิธีแรก จ้างคนพิการเข้าทำงาน อัตราส่วน 1 คนต่อการจ้างงานทั่วไป 100 คน สมมติผู้ประกอบการไม่อยากเสียเงินจ้างจริงๆ ก็ไปติดต่อสมาคมคนพิการบางแห่งที่ฉ้อฉล ส่งแต่ชื่อและสำเนาบัตรประชาชนมาให้สวมสิทธิ์การจ้าง ส่วนราคาค่าจ้างก็ลดลงไปตามแต่ละตกลง / เช่น เดือนละ 9 พันบาท ก็เหลือ 6 พันบาท นายหน้าคนพิการหักไปครึ่งหนึ่ง ก็เหลือถึงมือคนพิการแค่ 3 พันบาท แบบนี้เป็นต้น โดยคนพิการไม่ต้องไปทำจริง แต่นอนอยู่บ้านเฉยๆ ข้อมูลจากคุณปรีดา บอกว่า เรื่องจริงที่มีการหักหัวคิวกัน เหลือถึงมือคนพิการแค่เดือนละ 500 บาทเท่านั้น
วิธีที่ 2 ถ้ากลัวถูกหน่วยงานรัฐเข้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีการจ้างจริง เพราะตรวจสอบง่าย มาดูที่สถานประกอบการก็รู้แล้ว นายจ้างอาจเลือกวิธีการที่ 2 คือ ใช้วิธีจ้างเหมาช่วงงาน เช่น จ้างแจกใบปลิว แต่ไม่ระบุว่าเดือนหนึ่งต้องแจกกี่วัน พอถึงเวลาจริงๆ แจกแค่ 2-3 วัน ก็ได้เงินแค่ 900 หรือ 1,000 บาท ทั้งๆ ที่ต้องได้จริงๆ 9,150 บาท ตามอัตราค่าแรงขั้นต่ำตลอดทั้งเดือน แต่เวลาทำเรื่องรายงานหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบ ก็รายงานเท็จ โดยใช้ข้อมูลเท็จที่ได้รับการรับรองเท็จจากสมาคมคนพิการบางแห่งที่ร่วมขบวนการทุจริต หากินกับคนพิการนี่คือวิธีการคร่าวๆ ที่ล่าความจริงนำมาเล่าให้ฟังเบื้องต้นเป็นน้ำจิ้มไปก่อน เรายังมีข้อมูลเจาะลึกในเรื่องนี้มารายงานในรูปแบบรายงานพิเศษต่อไป โปรดติดตาม