ทั้งนี้เมื่อถึงเวลานัด ศาล ได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้ นายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ จำเลย พร้อมทนายความ ฟังจนเป็นที่เเข้าใจถึงพฤติการณ์และข้อหาแล้วสอบถามว่าจะให้ปฏิเสธหรือรับสารภาพ จำเลย ก็แถลงให้การรับสารภาพ
ศาลพิเคราะห์แล้ว จึงมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ ดำเนินการสืบเสาะประวัติและรายละเอียดเพื่อประกอบการพิพากษา โดยกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 29 ต.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่ จึงได้ให้ นายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ จำเลยไปรายงานตัว ต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียงกันอาคารศาลอาญาก่อน
ขณะที่ น.ส.วิทยารัตน์ ชาติปรีชากุล ผอ.สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 เปิดเผยว่า คดีนี้ศาลสอบคำให้การจำเลยแล้วให้การรับสารภาพ ศาลจึงสั่งให้จำเลย เข้าสู่กระบวนการสืบเสาะและพินิจ โดยให้สำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 7 ทำหน้าที่สืบเสาะดูรายละเอียดทุกอย่างตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ทั้ง ประวัติ สุขภาพ และพฤติการณ์ทางคดีแล้วรายงานเพื่อประกอบการพิพากษาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่คุมประพฤติแล้ว นายสุวิทย์ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ จำเลย ได้แจกคำแถลงที่พิมพ์เป็นเอกสาร ต่อสื่อมวลชน มีเนื้อหาระบุว่า เนื่องด้วยอาตมภาพในฐานะผู้นำการชุมนุมของประชาชนเวทีแจ้งวัฒนะขอแถลงต่อศาลว่า พระบรมศาสดาทรงแสดงธรรมสั่งสอนไว้ว่าธรรมใดเกิดแต่พระองค์ทรงแสดงเหตุและความดับเหตุแห่งธรรมนั้น การที่มีชาย 2 คนที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล ถูกการ์ดจิตอาสารุมทำร้ายจนถึงขนาดบาดเจ็บแม้อาตมาจะไม่รู้ไม่เห็นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก็มิอาจปฏิเสธความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น แม้ผู้อื่นจะเป็นผู้กระทำก็ตามและพร้อมที่จะช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้เสียหายตามกำลังความสามารถที่ตนมี จึงกราบเรียนความข้างต้นต่อศาลที่เคารพ