คุณหมอบอกว่า วิธีการรักษาโรคซึมเศร้าปัจจุบันคือ การใช้ยาร่วมกับวิธีการที่เรียกว่าจิตสังคม เริ่มที่การใช้ยากันก่อน ปกติแล้วต่อหนึ่งเคสจะใช้ระยะเวลา 1 ปี แต่ถ้าผู้ป่วยอาการหนักอาจต้องรักษาประมาณ 2 ปี สิ่งสำคัญคือความต่อเนื่องของยา เพราะตามมาตรฐานยา ที่เรียกง่ายๆว่า "ยาต้านเศร้า" ทุกวันนี้ พอทานยาเข้าไปครั้งแรก กว่ายาจะออกฤทธิ์ต้องใช้เวลา 1-4 สัปดาห์ และยาจะเห็นผลเต็มที่ 4-6 สัปดาห์ จะเห็นว่ายาไม่ได้เห็นผลทันที พอเป็นแบบนี้ผู้ป่วยบางคนก็อาจคิดไปเองว่ายาไม่เวิร์ค บางคนก็หยุดยาไป บางรายทานไปซักพัก คิดไปเองว่าตัวเค้าหายแล้วก็หยุดยา แต่อย่างที่บอกว่ากว่ายาจะออกฤทธิ์นั้นใช้เวลา ก็ทำให้ผู้ป่วยคิดว่าหยุดยาไปแล้วก็ไม่ได้กลับไปซึมเศร้าทันที นั่นเป็นเพราะว่ายายังคงออกฤทธ์ค้างอยู่ ตรงนี้อันตรายมากเพราะการรักษาให้หายต้องค่อยๆหยุดยา และให้แพทย์เป็นผู้วินิจฉัยเท่านั้น
การรักษาโรคซึมเศร้า นอกจากใช้ยาแล้ว ยังต้องมีกระบวนการ จิตสังคม ซึ่งเป็นการบำบัดพูดคุยเพื่อเยียวยาผู้ป่วยโดยครอบครัวคนใกล้ชิดมีส่วนช่วย คอยดูคอยสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้น ดูง่ายๆ 4 อย่าง อารมณ์ ซึมลงมั้ย หงุดหงิดมั้ย 2 ดูความคิด มีมั้ยที่ผู้ป่วยพูดว่าอยากตาย บางคนก็อยู่ดีๆความจำไม่ดี เบลอๆ สมาธิไม่ดี 3 ดูพฤติกรรม มีการทำร้ายตัวเองรึเปล่า มีการเริ่มสะสมอาวุธ หรือเขียนข้อความ เขียนโน้ตอะไรแปลกๆ 4 สุดท้ายดูด้านร่างกาย ก็คือ การกิน การนอน เช่น กินน้อยนอนน้อยผิดปกติ หรือกินมาก นอนมากผิดปกติ ทั้งหมดนี้คือสัญญาณที่จะบอกว่าผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน
คุณหมอดุษฎีบอกว่า คนใกล้ชิดมีส่วนสำคัญมาก เมื่อรับรู้ว่ามีคนป่วย เราต้องรู้ว่า คนใกล้ชิดคนไหนที่มีสิทธิ์ดูแลคนป่วย คนนั้นต้องเฝ้าระวัง ความสูญเสียมีโอกาสเกิดขึ้นได้ 24 ชั่วโมง ถ้าผู้ป่วยไม่ได้รับยาตามแพทย์สั่ง แปลว่าถ้าเรามีคนป่วยอยู่ใกล้ตัวก็ต้องจับตากันตลอด สิ่งที่เราทำได้คือ พยายามพาเค้าไปหาหมอ ไปประเมินความเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย และถ้าพาไปไม่ได้เราสามารถโทร 1669 เบอร์รถพยาบาลฉุกเฉินนั่นแหละ ให้รถมารับไปได้ ตอนนี้โรคซึมเศร้าก็ครอบคลุมการรักษาแล้ว เพราะถ้ามีความเสี่ยงฆ่าตัวตายกฎหมายบังคับรักษา ผู้ป่วยจะได้เข้าสู่กระบวนการดูแลอย่างถูกต้องทันที