เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) ลุยทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ "อดีตผู้การเลย"

10 ก.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) ลุยทลายเครือข่ายแชร์ลูกโซ่ "อดีตผู้การเลย"

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) คอนโดมิเนียมหรูในตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นจุดแรกที่รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล พร้อมด้วยตำรวจภูธรภาค 5 นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุม นางภัทรฤทัย พร้อมสุข เจ้าของห้องพักในคอนโดฯแห่งนี้ ในความผิดตามพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ภายหลังตำรวจพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการของ พลตำรวจตรี สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย ที่หลอกให้ตำรวจ 192 นายเข้าร่วมโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย ยอดความเสียหายพุ่งไปถึงกว่า 240 ล้านบาท ทั้งยังพบหลักฐานหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานให้เข้าร่วมลงทุนอีกเป็นจำนวนมาก ประเมินกันว่ามูลค่าความเสียหายอาจมากถึง 1,000 ล้านบาท

จากจุดแรก ตำรวจยังเข้าตรวจค้นบ้านของเครือข่ายอีก 2 จุด รวมถึงบ้านของนางภัทรฤทัย มูลค่ากว่า 15 ล้านบาทอีก 1 จุดด้วย

พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ บอกว่า วันนี้ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมายกว่า 10 จุดในจังหวัดกาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และเชียงใหม่ เพื่อดำเนินการยึดทรัพย์ของเครือข่ายขบวนการนี้ โดย นางภัทรฤทัย พร้อมสุข เป็นหนึ่งในขบวนการหลอกลวง ทำหน้าที่เป็นผู้โอนเงินกระจายให้กับสมาชิก 70 คน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ศาลร่วมด้วย 20 คน และจากการตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท

การตั้งโครงการกู้รวมหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ของตำรวจภูธรจังหวัดเลย ช่วงแรกอ้างวัตถุประสงค์ว่าต้องการเปิดให้สมาชิกสหกรณ์ซึ่งเป็นตำรวจ กู้เงินไปชำระหนี้อื่น รวมทั้งปิดหนี้สถาบันการเงิน แต่แท้ที่จริงแล้วมีรูปแบบลงทุนคล้ายแชร์ลูกโซ่ จนเกิดปัญหาขึ้น

โดยอดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลยจะร่วมมือกันกับเครือข่าย ซึ่งแต่ละคนเป็นถึงเจ้าหน้าที่ประจำศาล มีทั้งจังหวัดขอนแก่นและเชียงใหม่ หลอกให้ผู้เสียหายนำเงินมาลงทุนในรูปแบบสหกรณ์ ก่อนนำเงินไปเล่นหุ้น โดยอ้างกับเหยื่อกว่าจะได้ผลตอบแทนร้อยละ 3 ต่อเดือน เมื่อได้ค่าตอบแทนก็ให้นำเงินไปชำระหนี้อื่น โดยในช่วงแรกๆ มีการนำเงินไปลงทุนจริงโดยการเล่นหุ้นและได้เงินปันผลจริง ต่อมาเมื่อเหยื่อหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก นำเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ จู่ๆ โครงการก็หยุดจ่ายเงินปันผล จนกลายเป็นคดีฉ้อโกงขึ้นมา

จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินจากเครือข่ายของขบวนการนี้ได้กว่า 70 ล้านบาท และจะขยายผลให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อเฉลี่ยคืนให้กับผู้เสียหาย พร้อมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

ข่าวล่าสุด