ความคืบหน้าในการติดตามอาการของเด็กหญิงกัญญาภัค หนูคง ทารกน้อยอายุ 19 วัน ที่ถูกสุนัขจรจัดซึ่งติดเชื้อพิษสุนัขบ้าเข้าไปกัดในบ้านเลขที่ 73 หมู่ 2 ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช อยู่ในอาการสาหัสซึ่งยังคงรักษาตัวอยู่ที่ห้องปลอดเชื้อ โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ล่าสุดนั้นแพทย์ได้ปลดอุปกรณ์ช่วยหายใจและได้นำตัวออกจากห้องไอซียู มารักษาตัวต่อภายในห้องปลอดเชื้อ หอผู้ป่วยทารกแรกเกิด โดยได้ระดมแพทย์เฉพาะทางเข้าดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
นายแพทย์ทรงเกียรติ เล็กตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า การรักษาเด็กค่อนข้างลำบากเนื่องจากทารกยังเล็กมาก แผลฉกรรจ์หลังจากที่ล้างแผลได้คุมเข้าห้องปลอดเชื้อ ซึ่งต้องระวังผลข้างเคียงตามมายังอยู่ในช่วงของการเฝ้าระวังอยู่ตลอด ซึ่งยังคงมีภาวะความเสี่ยงสูง
ขณะที่นายแพทย์วิรชัย สนธิเมือง ศัลยแพทย์กุมารเวชกรรม เปิดเผยว่าหลังจากที่รับเข้ารักษาตัวในสภาพที่เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ตลอดเวลา แพทย์ได้นำตัวเข้าห้องผ่าตัดตกแต่งบาดแผลและทำการล้างแผลด้วยกระบวนการพิเศษ ทารกรายนี้เป็นรายแรกที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซึ่งยังเล็กมาก การให้ยาต้านเชื้อ และวัคซีนต้องควบคุมปริมาณอย่างใกล้ชิด และเฝ้าระวังอาการติดเชื้อพิษสุนัขบ้า และต้องติดตามการฟื้นตัวของเนื้อสมองที่ได้รับความเสียหาย
ส่วนในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลทางพูน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราชหลายสิบคนได้กระจายกำลังการเข้าควบคุมพื้นที่โรคระบาดพิษสุนัขบ้าในพื้นที่หมู่ที่ 2 โดยการเริ่มต้นฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าให้กับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะสุนัขและแมวให้ครอบคลุมพื้นที่รัศมี 5 กิโลเมตรจากจุดพบโลกที่บ้านเกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านในหมู่ที่ 2 ตำบลทางพูนได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมด้วยมาตรการเด็ดขาดโดยเฉพาะสุนัขในฝูงเดียวกับที่กัดเด็กและเป็นสุนัขจรจัดไม่มีเจ้าของ
นายสัตวแพทย์ เมษยน ชีวะเสรีชล หัวหน้ากลุมงานส่งเสริมสุขภาพสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ระบุว่าจะต้องเข้าทำการฉีดวัคซีนสุนัขและแมวที่มีผู้เลี้ยงอยู่ให้ได้ 100%ส่วนสุนัขจรจัดไม่มีเจ้าของจะต้องเข้าควบคุมเพื่อติดตามอาการเป็นระยะเวลา 6 เดือนหากไม่มีพื้นที่ควบคุมเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการเข้าเจ็บไปไว้ในพื้นที่ควบคุมและได้แจ้งให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าติดตามพฤติกรรมสัตว์เลี้ยงทั้งสุนัขและแมวสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมวัวแพะในพื้นที่รวมทั้งสุกรด้วยหากมีอาการดุร้ายหรือทำร้ายเจ้าของจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเชื้อทันทีรวมทั้งสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ตายอย่างผิดปกติจะต้องเข้าตรวจสอบด้วยเช่นกัน