ต่อมาเวลา 11.45 น.วันที่ 8 กงย.2561 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ตลาดพลู ได้คุมตัวนายทศพล หรือแทน พรหมชาติ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาฆ่าลูกเลี้ยง (น้องเมย์) วัย 19 ปี มายัง สน.ตลาดพลู อีกครั้งเพื่อให้ พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 พ.ต.อ.มานพ สุคนธ์ธนพัฒน์ รอง ผบก.น.8 ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ภายหลังนำตัวไปตรวจดีเอ็นเอ. ที่โรงพยาบาล ซึ่งเจ้าตัวขอพบหน้าลูกวัย 4 เดือนที่มีกับนางมะปรางค์ ตรีกุล อายุ 40 ปี มารดาของผู้ตายโดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้อนุญาติให้พบหน้าเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับให้ผู้ต้องหาเซ็นต์รับทราบข้อกล่างหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา และพยายามข่มขืนกระทำชำเรา โดยทางผู้ต้องหาได้รับทราบข้อกล่าวหาต่อหน้าภรรยา หลังจากนั้นได้ควบคุมตัวนายทศพล ไปขออำนาจศาลอาญาธนบุรี ออกหมายขังตามประมวลกฎหมาย วิอาญา 134 วรรค2 ที่ระบุว่า พยานหลักฐานและคำให้การของผู้ก่อเหตุชัดเจน ทำให้ไม่ต้องขอศาลออกหมายจับ เมื่อจับกุมตัวได้ สามารถขอหมายขังจากศาลได้ทันที โดยระหว่างการคุมตัวได้ตอบสั้นๆกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า"ตนเสียใจ" ก่อนนำตัวขึ้นรถผู้ต้องขัง สน.ตลาดพลู ไปยังศาลดังกล่าว
ทางด้าน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวว่า วันนี้ทาง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น.ได้รับนโยบายมาจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ซึ่งได้สั่งการให้เร่งรัดจับกุมคนร้ายที่กระทำความผิด โดยให้นำตัวมาดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งคดีนี้มีพยานหลักฐานครบถ้วน รวมถึงคำให้การของนายทศพล ว่าลงมือก่อเหตุฆ่าลูกเลี้ยงจริง โดยอ้างว่าเดินทางจากบ้านพักที่ลาดพร้าว มายังบ้านที่เกิดเหตุ เพราะจะเอาของมาเก็บ และเมื่อมาถึงเห็นห้องของผู้ตายยังเปิดไฟอยู่ จึงขึ้นไปตักเตือน โดยยอมรับว่าดื่มสุรา และเสพยาเสพติดมาด้วย เมื่อขึ้นไปบนห้องและพบผู้ตายแต่งตัวไม่เรียบร้อย จึงเกิดอารมณ์และพยายามจะข่มขืน แต่ผู้ตายต่อสู้ขัดขืน จึงโมโห และเกิดบันดาลโทสะ ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต"ส่วนผลตรวจดีเอ็นเอ. จากวัตถุพยานที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุ ของตัวผู้ตาย และชิ้นเนื้อที่อยู่ตามซอกเล็บผู้ตาย สอดคล้องกับบาดเเผลร่องรอยขีดข่วน ที่พบบริเวณลำคอ ลำตัว และแขนทั้ง 2 ข้างของนายทศพล แต่ขณะนี้รอผลตรวจอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะได้รับภายใน 7 วัน เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ทั้งนี้ ยืนยันว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานสมบูรณ์พร้อม ที่จะดำเนินคดีกับนายทศพล และถือเป็นโชคดีที่นายทศพล ให้การรับสารภาพต่อหน้าภรรยา และยังไม่ทันได้หลบหนี" ผบก.น.8 ระบุ