นายแพทย์ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน กล่าวว่า พบว่าสิ่งที่เป็นจุดอ่อนมากที่สุด คือ "ระบบการแจ้งเตือน" ไม่ว่าอุโมงค์จะอยู่ในความรับผิดชอบของเอกชนหรือภาครัฐก็ตาม ถ้าเราสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ทั้งอุโมงค์ทางลอด และอุโมงค์กลับรถ ไม่ว่าจะอยู่ใต้สะพานหรือใต้รางรถไฟบ้านเรา มีข้อความเขียนเอาไว้แค่ความสูงของอุโมงค์ เพื่อป้องกันไม่ให้รถเข้าไปแล้วหลังคาติดเพดานอุโมงค์เท่านั้น ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ในขั้นตอนการขออนุมัติเพื่อก่อสร้างอุโมงค์ จะมีความซับซ้อนมากกว่าการสร้างถนนธรรมดา เพราะต้องคำนึงถึงความสูง ความแข็งแรง ระบบการระบายอากาศและน้ำ ต้องมีปั๊มน้ำ รวมไปถึงระบบไฟส่องสว่าง เหล่านี้เรียกว่า "ชุดมาตรฐาน" ที่ต้องมีให้ครบเมื่อต้องการก่อสร้างอุโมงค์
เมื่อมี "ชุดมาตรฐาน" แล้ว พอสร้างอุโมงค์เสร็จ สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือ "ระบบการบริหารจัดการ" ที่ต้องปฏิบัติเป็นรูทีน คือทำสม่ำเสมอ ตรวจเช็คความเรียบร้อยขององค์ประกอบอุโมงค์ทุกส่วน ให้นึกภาพ เหมือนในลิฟท์ ที่จะต้องมีการเช็คสภาพเป็นวงรอบ มีข้อความแปะไว้ว่าลิฟท์เป็นของบริษัทอะไร แต่ละเดือนต้องตรวจอะไรบ้าง หรือถังดับเพลิงก็มีคล้ายๆกัน พวกนี้จะมีรอบการดูแล นี่คือการดูแลโดยใช้ระบบบุคคล
สำหรับอุโมงค์ ก็ควรมีการตรวจเช็คแบบนี้เหมือนกัน คือต้องเช็คทุกวันว่าปั๊มน้ำทำงานปกติหรือไม่ ไฟส่องสว่างติดไหม โครงสร้างอุโมงค์ยังแข็งแรงหรือไม่ ถ้าเช็คแล้วเกิดปัญหา ต้องให้คนที่มีอำนาจหน้าที่ สั่งปิดอุโมงค์ไม่ให้เข้าออก ที่สำคัญคือต้องมีระบบการแจ้งเตือน อย่างที่บอกตอนแรกว่าเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนมากที่สุด เพราะไม่ควรพึ่งพาแค่การตรวจจากคนเท่านั้น สิ่งที่ต้องมี และขาดไม่ได้คือ ป้ายบอกระดับความสูงเป็นขั้นๆ เหมือนที่วัดความสูง ต้องอยู่ในจุดที่เห็นเด่นชัด เวลาฝนตก จะได้เห็นว่าระดับน้ำตอนนี้สูงแค่ไหน คนขับรถยนต์จะได้สามารถประเมินสถานการณ์ได้ว่าจะขับเข้าไปดีไหม และควรจะมีป้ายบอกความยาวของอุโมงค์เป็นระยะด้วยจากหลักการและมาตรฐานที่ต้องมี เราลองย้อนเหตุการณ์สลดที่เกิดขึ้นตามข่าว อันดับแรก ถ้าเราเห็นน้ำอยู่ในอุโมงค์ และเห็นระดับความสูงของน้ำจากเครื่องหมายที่ทำไว้หน้าอุโมงค์ ก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้่วา ควรถอยรถออก หรือเดินหน้าไปต่อ เมื่อเข้าไปแล้วคิดจะเปลี่ยนใจ เราก็จะประเมินได้จากระยะทางของอุโมงค์ที่ยังเหลืออยู่ข้างหน้า จึงต้องมีป้ายบอกระยะทางเป็นระยะๆคุณหมอธนะพงศ์ กล่าวอีกว่า คนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของอุโมงค์ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ และต้องป้องกันด้วยการตรวจเช็คสภาพความปลอดภัย พร้อมทั้งต้องสั่งห้ามคนใช้รถใช้ถนนไม่ให้ลอดอุโมงค์เข้าไป หากมีความเสี่ยงเกินขึ้น อย่าปล่อยให้คนขับรถใช้ดุลยพินิจตามใจชอบ เพราะความปลอดภัยประนีประนอมกันไม่ได้