เป็นครั้งแรกที่ทหารเข้ามามีบทบาทในการจัดการปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล คสช. พื้นที่จังหวัดน่าน กองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 38 ได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหาดังกล่าว
ทหารผู้ปฏิบัติงานในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ บอกว่าการแก้ไขปัญหาส่วนใหญ่คือการนัดเจรจาไกล่เกลี่ย ตลอด 1 ปีที่ผ่านมามีเคสร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมเดือนละ 1 - 2 ราย บางราย ถูกเจ้าหนี้เรียกค่าไถ่ถอนโฉนดที่ดิน ในราคาที่สูงเกินไป
และยังมีประชาชนที่เป็นลูกหนี้นอกระบบอีกจำนวนไม่น้อย ที่ทหารไกล่เกลี่ยโอนหนี้จากนอกระบบ มาอยู่กับธนาคารในระบบได้สำเร็จ แต่คำถามก็คือการแก้ปัญหาดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ระยะยาวหรือไม่
บ้านสะเนียน อ.เมือง จ.น่าน ประชาชนเป็นหนี้กันทั้งหมู่บ้านยกเว้นบ้านที่เพิ่งถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลที่ 1 "ผดุง จมเสน" เป็นสมาชิก อบต.บ้านสะเนียน บอกว่าหนี้นอกระบบเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากเปิดเผย เพราะเป็นหนี้ที่กู้ยืมมาระยะสั้น เนื่องจากมีเงินไม่พอใช้ในชีวิตประจำวัน
ส่วนเงินก้อนใหญ่ที่ใช้ลงทุนเพื่อการเกษตร ก็กู้มาจากธนาคาร ซึ่งเป็นหนี้ในระบบ เขาบอกว่าแหล่งเงินกู้ในระบบที่นอกจากธนาคารแล้ว ยังมีสหกรณ์ และกองทุนออมหมู่บ้าน แต่เงินกู้ที่มาจากหลายทาง ก็เป็นคำถามว่าทำไมชาวบ้านต้องกู้เงินมามากมายขนาดนี้ ผดุง ในฐานเกษตรที่มีหนี้สิน บอกว่าสาเหตุหลักของวงจรหนี้ ก็ยังอยู่ที่การขาดทุนจากการทำเกษตร โดยเฉพาะการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชเชิงเดี่ยว ที่ปลูกแล้วขาดทุนมาหลายปี โดยเฉพาะปีนี้ที่มีแนวโน้มว่าราคาอาจตต่ำกว่าทุกปี ทำให้มีปัญหาหนี้สินเพิ่มขึ้น
มีความพยายามในการแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรระยะยาว ด้วยการฝึกอบรมอาชีพเสริม ให้กับชาวบ้านเพื่อให้มีรายได้เพิ่ม ประสิทธิ์ ไชยยงค์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านสะเนียน บอกว่าเป็นนโยบายไทยนิยมยั่งยืน จากรัฐบาล คสช. เช่นเดียวกัน แต่เขาเห็นว่า การแก้ปัญหาหนี้สิน ในฐานะที่เขาก็เป็นหนี้เช่นเดียวกับลูกบ้านคนอื่นๆ รัฐบาลต้องทำให้ราคาพืชผลการเกษตรดีขึ้น