ขณะเดียวกันรัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศเรียกเก็บภาษีส่งออกในวงเงิน 350,000 ล้านเปโซ เพื่อบรรเทาวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ยังคงส่งผลต่อค่าเงินเปโซที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง
ทางด้านธนาคารกลางอินโดนีเซียโดดเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินรูเปียะห์ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับจากปี 1998 สู่ระดับ 14,777 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังได้เข้าแทรกแซงในตลาดบอนด์ ซึ่งมีการถือครองของนักลงทุนต่างชาติในสัดส่วนถึง 41%
1. กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ใช้กฎเหล็กกำหนดมาตรการเข้มงวดวินัยทางด้านการคลังต่อรัฐบาลอาร์เจนตินาในการกู้วิกฤติเศรษฐกิจและการเงิน เริ่มต้นที่ 0 ในปี 2019 สำหรับการใช้นโยบายการคลังสมดุล จนถึงต้องมีการเกินดุล 1% ในปี 2020 ก่อนที่จะอนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้วงเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์ต่ออาร์เจนตินา
โดยที่รัฐบาลอาร์เจนตินาได้บรรลุข้อตกลงเงินกู้กับ IMF เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในวงเงินกู้ 50,000 ล้านดอลลาร์ มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี โดยมีเป้าหมายเพื่อกู้เศรษฐกิจ และแก้ปัญหาเงินเฟ้อที่ทะยานสูงเป็นจรวดที่เรียกว่า Hyperinflation
2. ประธานาธืบดี Mauricio Macri ได้เรียกร้องให้ IMF ยอมอนุมัติการเบิกจ่ายเงินกู้วงเงิน 50,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อรับมือกับวิกฤติการเงินในอาร์เจนตินา
ขณะเดียวกันรัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศเรียกเก็บภาษีส่งออกในวงเงิน 350,000 ล้านเปโซ เพื่อบรรเทาวิกฤติทางเศรษฐกิจที่ยังคงส่งผลต่อค่าเงินเปโซที่ดิ่งลงอย่างรุนแรง
3. ปัจจัยความเสี่ยงของอาร์เจนตินายังมาจากสภาวะการเมืองที่ไม่แน่นแน และเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแตะ 31% ในเดือนกรกฎาคม ส่งผลต่อค่าเงินเปโซตกต่ำลงอย่างหนักกว่า 54% ในรอบ 1 ปี
โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียงสัปดาห์เดียว ค่าเงินเปโซร่วงลงถึง 16% แตะระดับ 38.20 ต่อดอลลาร์ ได้กลายเป็นความกังวลรอบใหม่ที่นะกลงทุนทั่วโลกจับตามองตวามผันผวนของค่าเงินในกลุ่มประเทศในตลาดเกิดใหม่ที่อ่อนค่าลง นอกเหนือจากค่าเงินเปโซของอาร์เจนตินา
4. ธนาคารกลางตุรกีส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน เพื่อดูแลความเสี่ยงทางด้านเสถียรภาพราคา หลังจากที่เงินเฟ้อพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 15 ปีแตะระดับ 17.9% เดือนสิงหาคม
ทั้งนี้ ธนาคารกลางตุรกีมีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 17.75% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม สร้างความสงสัยต่อนักลงทุนทั้งที่ค่าเงิน Lura ของตุรกีดิ่งอย่างหนักถึง 40% เมื่อเทียบกับดอลลาร์นับคะงแต่ต้นปีนี้
5. ทางด้านธนาคารกลางอินโดนีเซียโดดเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยน หลังค่าเงินรูเปียะห์ดิ่งลงต่ำสุดในรอบ 20 ปีนับจากปี 1998 สู่ระดับ 14,777 รูเปียะห์ต่อดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังได้เข้าแทรกแซงในตลาดบอนด์ ซึ่งมีการถือครองของนักลงทุนต่างชาติในสัดส่วนถึง 41%
ขณะที่นักลงทุนเทขายเงินรูเปียะห์ ท่ามกลางความกังวลต่อฐานะการขาดดุลงบประมาณ และการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทั้งนี้ ค่าเงินรูเปียะห์ดิ่งลง 9% นับจากต้นปีนี้