แต่ยังมีอีกหน่วยงานหนึ่งที่น่านำมาวิเคราะห์ ก็คือการแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของกองบัญชาการกองทัพไทย มีข้อน่าสังเกตว่า ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด กลายเป็นตำแหน่งที่นายทหารจาก "กองทัพบก" ตีตราจอง ซึ่งโดยมากเป็นนายทหารที่ไม่สามารถเติบโตในกองทัพบก ซึ่งเป็นหน่วยคุมกำลังได้ หากจะย้อนกลับไปดูว่า นายทหารจากเหล่าทัพอื่น เช่น ทหารเรือ ได้มีโอกาสนั่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้องย้อนไปไกลถึง 16 ปี หนำซ้ำในปีหลังๆ ยังมีการ "วางตัวว่าที่ ผบ.สูงสุด" เอาไว้ล่วงหน้า เรียกว่ารู้ตัวกันก่อนเลย
สถานการณ์แบบนี้ทำให้นักวิชาการที่ศึกษาเรื่องกองทัพอย่าง อาจารย์วันวิชิต บุญโปร่ง จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดควรปรับใหม่ ให้เป็นการเวียนกันดำรงตำแหน่งของนายทหารจากทุกเหล่าทัพ เพื่อความเท่าเทียม เป็นเอกภาพ และป้องกันไม่ให้กองทัพบกมีอิทธิพลมากเกินไป รวมทั้งไม่ให้มีการสืบทอดอำนาจ ซึ่งวิธีการนี้ นานาอารยะประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในแถบเอเชียก็ทำกัน
สำหรับภาพสะท้อนจากโผทหารปีนี้ อาจารย์วันวิชิต มองว่า คือความแนบแน่นกลมเกลียวกันระหว่างกองทัพ กับ คสช.และรัฐบาล ทำให้เชื่อว่าการเปลี่ยนผ่านการเมืองสู่การเลือกตั้ง จะเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอุบัติเหตุใดๆ เกิดขึ้น