เนชั่นทีวี

ข่าว

(คลิปข่าว) เงินเดือนอธิการฯ "เกษียณ-ไม่เกษียณ" 4 ปีต่าง 5 ล้าน!

03 ก.ย. 2561 | wanchat

(คลิปข่าว) เงินเดือนอธิการฯ "เกษียณ-ไม่เกษียณ" 4 ปีต่าง 5 ล้าน!

(ชมคลิปเต็มด้านล่าง) อีกประเด็นหนึ่งที่ยังตอบโต้กันไม่จบ คือการดำรงตำแหน่งอธิการบดีของข้าราชการที่เกษียณอายุแล้ว คืออายุเกิน 60 ปี ว่าตกลงทำได้หรือไม่ได้กันแน่ เรื่องนี้เป็นประเด็นขึ้นมาอีกรอบ หลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาในคดีฟ้องร้องกันของอาจารย์ท่านหนึ่ง กับสภามหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี สรุปว่าผู้ที่เกษียณอายุแล้ว ไม่สามารถทำหน้าที่ "รักษาการอธิการบดี" ได้ ทำให้คณาจารย์กลุ่มหนึ่ง ในนามของ "ที่ประชุมสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย" หรือ ทปสท. ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาฯ และ สกอ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ออกประกาศให้เรื่องนี้เป็น "บรรทัดฐานเดียวกัน" ในส่วนมหาวิทยาลัยของรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มมหาวิทยาลัยราชภัฏ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล

แต่เรื่องนี้ ในแวดวงอุดมศึกษาก็ไม่ได้เห็นไปในทางเดียวกันทั้งหมด เพราะมีคณาจารย์อีกบางส่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในตำแหน่งบริหาร หรือสภามหาวิทยาลัย ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย หากจะประกาศบรรทัดฐาน "คนเกษียณห้ามนั่งอธิการ" โดยอ้างเหตุผลหลักๆ คือ 1.คดีบนศาลปกครอง ผูกพันเฉพาะคู่ความ คือผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้อง ไม่เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ 2.ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเฉพาะกรณีการทำหน้าที่ "รักษาการอธิการบดี" ว่าต้องเป็นข้าราชการและอายุไม่เกิน 60 ปีเท่านั้น ส่วนตำแหน่งอธิการบดี มีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ออกตาม ม.44 ยกเว้นเอาไว้ ให้ตั้งบุคคลภายนอกได้ และไม่ได้กำหนดอายุเอาไว้ว่าต้องไม่เกิน 60 ปี ฉะนั้นอธิการบดี หรือผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่เกษียณแล้ว หรือแม้แต่คนนอกวงการอุดมศึกษาไปเลย ก็สามารถนั่งเก้าอี้อธิการบดีได้ แถมยังมีความคล่องตัวเหมือนบริษัทเอกชน เพราะทำสัญญาปีต่อปี หากทำงานไม่ดี ก็ปลดออกได้

หลังจากฝั่งหนุน "อธิการเกษียณ" ออกมาให้ข้อมูลผ่านล่าความจริงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วันนี้เครือข่าย ทปสท.ที่ต้องการสร้างบรรทัดฐาน "คนเกษียณห้ามนั่งอธิการ" ได้ออกมาให้ข้อมูลตอบโต้ทุกประเด็น

เมื่อมหาวิทยาลัยมีสถานะเป็นส่วนราชการ ผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร จึงต้องเป็นข้าราชการตาม "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา" ซึ่งกฎหมายกำหนดตำแหน่งไว้ชัดเจน ฉะนั้นผู้ดำรงตำแหน่งบริหารจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบราชการ และ พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ด้วย คือมีอายุเกิน 60 ปีไม่ได้ ตามที่ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยเอาไว้ / ซึ่งคำพิพากษานี้ควรประกาศหลักการเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน เพราะทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล มีพระราชบัญญัติที่ใช้ร่วมกัน จึงเปรียบเสมือนเป็น "บ้านหลังเดียวกัน"

จุดพีคอยู่ตรงเงินค่าตอบแทนระหว่างอธิการบดีที่เป็นคนเกษียณ กับอธิการบดีที่ยังเป็นข้าราชการอยู่ คืออายุไม่เกิน 60 ปี ค่าตอบแทนต่างกันมากจริงๆ ไล่ดูทีละยอดกันเลย

เริ่มจากรายได้ของอธิการที่ยังไม่เกษียณ ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบราชการ คือเงินเดือน 5 หมื่นบาท เงินประจำตำแหน่ง 3 หมื่นบาท และเงินค่าพาหนะ 31,800 บาท รวมรายได้ต่อเดือน 111,800 บาท หรือคิดเป็น 1,341,600 บาทต่อปี รวมทั้งหมดตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี อยู่ที่ 5,366,400 บาท

ส่วนรายได้ของอธิการบดีที่เกษียณอายุไปแล้ว เมื่อไม่มีสถานะเป็นข้าราชการ ก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณแผ่นดิน ทำให้ต้องตั้งเงินเดือนขึ้นมาเองจากรายได้ของมหาวิทยาลัย ซึ่งหลายมหาวิทยาลัยก็ตั้งกันแบบไม่มีเพดาน ตั้งแต่แสนกว่าบาทไปจนถึงหลายแสนบาท เงินเหล่านี้มาจากเงินค่าเทอมของนักศึกษา จนนำมาสู่การขึ้นค่าเทอม

สมมติตั้งเงินเดือนไว้ที่ 120,000 บาท อธิการเกษียณแล้วก็ยังมีสิทธิ์ได้รับเงินประจำตำแหน่งอีกเดือนละ 3 หมื่นบาท , ค่าพาหนะอีก 31,800 บาท และยังมีเงินบำนาญ กรณีที่เคยเป็นข้าราชการมาก่อน อีกอย่างต่ำๆ ก็เดือนละ 3 หมื่นบาท รวมรายได้เดือนละ 211,800 บาท มากกว่าอธิการที่เป็นข้าราชการเดือนละเป็นแสน รายได้ต่อปีอยู่ที่ 2,541,600 บาท และตลอดวาระการดำรงตำแหน่ง สูงถึง 10,166,400 บาท สูงกว่าอธิการที่ยังไม่เกษียณถึง 5 ล้านบาท

นี่คือความต่างระหว่างอธิการที่เป็นคนเกษียณแล้ว กับอธิการที่ยังเป็นข้าราชการอยู่ เป็นข้อมูลในมุมของ ทปสท. ซึ่งอาจารย์จิตเจริญ ยังทิ้งท้ายด้วยว่า เรื่องนี้โยงกับปัญหาธรรมาภิบาล เพราะหากตรวจสอบย้อนกลับไปจะพบว่า ถ้าอธิการบดีเกษียณแล้วมีปัญหาธรรมาภิบาล จะเอาผิดยาก เพราะไม่ได้มีสถานะเป็นข้าราชการ จึงเอาผิดวินัยไม่ได้ ต้องฟ้องร้องอย่างเดียว นี่เองที่ทำให้คดีฟ้องร้องในแวดวงอุดมศึกษามีมากมายหลายร้อยคดี

ข่าวล่าสุด