สภาพสังคมในปัจจุบันที่กำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายภาคส่วนเ ตรียมแผนรองรับไว้แล้วสำหรับอนาคต แต่ก็ยังมีวิกฤติที่มาพร้อมกับสังคมผู้สูงอายุคือ อัตราการเกิดของเด็กที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง
ผลกระทบเริ่มฉายภาพชัดเจนขึ้นเมื่อทั้งโรงเรียน และมหาวิทยาลัย มีที่ว่างเหลือเป็นจำนวนมาก ทำให้คุณครู อาจารย์บางแห่งต้องถูกเลิกจ้างจำนวนไม่น้อย
ที่ปรึกษาที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย เปิดเผยสถิติสำหรับที่นั่งในมหาลัยที่เหลือในปีที่ผ่านมาพบว่ามีถึง 50,000 ที่นั่ง และประเมินว่าในอีก 5-6 ปีข้างหน้า จากเด็กนักเรียน 1 ล้านคน จะเหลือเพียง 5 แสนคนที่จะเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย
สิ่งเหล่านี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า วิกฤตมหาวิทยาลัยไทยเริ่มที่จะรุนแรงมากขึ้น +++++ ปล่อยเสียง ++++++
ขณะที่อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม ยอมรับถึงวิกฤติของมหาวิทยาลัยที่กำลังเกิดขึ้นว่า ทางมหาวิทยาลัยต้องมีการปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในอนาคต โดยจะที่ไม่เจาะกลุ่มนักเรียนชั้นมัธมยมศึกษาปีที่ 6 เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ต้องเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายไปยังกลุ่มคนในวัยทำงานให้มากขึ้น
มองว่าในอนาคต คณะวิชาที่ไม่ได้รับความนิยม อาจจจะมีการยุบรวมเป็นคณะเดียวกัน หรือเปิดให้นักศึกษาสามารถเรียนข้ามคณะกันได้
สำหรับความคืบหน้าในการจัดตั้งกระทรวงใหม่ภายใต้ชื่อ กระทรวงอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม ซึ่งตอนนี้เดินมาได้ครึ่งทางแล้ว คาดว่าเดือนกุมภาพันธ์ปี 2562กระบวนทั้งหมดจะแล้วเสร็จ โดยร่างพ.ร.บ.การอุดมศึกษาฉบับใหม่ ให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศที่จะก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0