กรณีตำรวจ ภ.จว.เลย จำนวน 196 นาย ถูก พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีตผู้บังคับบัญชาเมื่อครั้งเป็น ผบก.ภ.จว.เลย และ พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม ผกก.อก.ภ.จว.หนองบัวลำภู ชักชวนเข้าร่วมโครงการกู้รวมหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลยไปปิดหนี้ธนาคารและนำไปลงทุนสูญเงินกว่า 229 ล้านบาท จนต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ดำเนินคดี กระทั่งมีการแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่ ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มีคำสั่งให้พักราชการนายตำรวจทั้ง 2 นาย ตามข่าวที่เสนออย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดวันนี้ (30 ส.ค.) เมื่อเวลา 15.30 น. พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานสอบสวนคดี พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จว.เลย พร้อมพวกร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยให้ พ.ต.อ.วิชาญ สุธรรมแปง ผกก.(สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน และคณะนำเอกสารที่มีจำนวน 30 แฟ้ม จำนวนกว่า 15,000 แผ่น มาให้ พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ตรวจสอบที่ห้องทำงาน ซึ่งเป็นสำนวนการสอบสวนคดีอาญาที่ 2/ 2561 คดีระหว่าง พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ ผู้กล่าวหา และ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช ผู้ต้องหาที่ 1 พ.ต.อ.เฉลิมพล ยอดประทุม ผู้ต้องหาที่ 2 และ พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผู้ต้องหาที่ 3 ในข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยวันเกิดเหตุระหว่างเดือนมกราคม 2560 ถึงเดือน ธันวาคม 2560 สถานที่เกิดเหตุ ต.กุดป่อง อ.เมือง จ.เลย
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวสำนวนการสอบสวนเสร็จเรียบร้อยทั้งหมด ไม่มีสอบสวนพยานเพิ่มเติม จึงได้สรุปสำนวนประมาณ 30 แฟ้ม จำนวน 15,000 แผ่น เตรียมส่งฟ้องศาลจังหวัดขอนแก่นเป็นคดีอาญา โดยต้องออกหมายเรียก พล.ต.ต.สุทิพย์ พ.ต.อ.เฉลิมพล และ พ.ต.อ.อุดร มาส่งศาลด้วย ภายในไม่เกินกลางเดือนกันยายน 2561 นี้ พร้อมกับขอให้อัยการฟ้องแพ่งพร้อมกับคดีอาญาไปด้วย โดยสรุปความเสียหายทั้งหมด 229 ล้านบาท ส่วนเรื่องประกันตัวต้องอยู่ที่ผู้ต้องหาทั้งหมดประกันตัวในชั้นศาล เพราะพนักงานสอบสวนคัดค้านได้คัดค้านประกันตัว เพราะจำนวนความเสียหายมีเป็นจำนวนมาก โดยรวมคดีที่ จ.ขอนแก่น จ.หนองบัวลำภู และ จ.เลย ให้รวมมาเป็นคดีเดียว พร้อมเตรียมส่งฟ้องที่ศาลจังหวัดขอนแก่น
ทั้งนี้เมื่อควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมดในคดีดังกล่าวส่งฟ้องศาลไปแล้ว กลุ่มงานสอบสวนจะต้องดำเนินการต่อในคดีฟอกเงิน เพราะได้จัดเตรียมเอกสารไว้เป็นจำนวนมาก ถ้าสอบสวนไปถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีบ้าน มีที่ดิน มีรถยนต์ และมีเงินหมุนเวียนมากน้อยขนาดไหน พนักงานสอบสวนมีข้อมูลมากกว่า 150 คน ซึ่งต้องสอบสวนว่าเงินตัวนั้นได้มาอย่างไร และไปใช้อะไรบ้าง ถ้าชี้แจงไม่ได้ต้องโดนข้อหาฟอกเงินทุกราย เพื่อนำเงินมาให้กับตำรวจ ภ.จว.เลย จำนวน 196 นาย ให้ได้มากที่สุด
พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้ กลุ่มงานสอบสวนฯ บช.ภ.4 ในคดี พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวก ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน สำนวนสอบสวนทั้งหมดพร้อมส่งฟ้องศาลขอนแก่น ที่คาดว่า ภายในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ พล.ต.ต.สุทิพย์ พร้อมพวก คงจะมารายงานตัวที่พนักงานสอบสวน หลังจากนั้นต้องควบคุมตัวไปส่งฟ้องศาลทันที ถ้า พล.ต.ต.สุทิพย์พร้อมพวกไม่มาต้องออกหมายจับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าจับตาดูทุกระยะเพราะทั้งหมดอยู่ใน กทม. ถ้ายังไม่มาอีกก็ส่งสำนวนให้อัยการดำเนินการจับตามหมายจับ ซึ่งจะเข้าจับกุมเพื่อดำเนินคดีในวันไหนก็ได้
"คดีนี้ บช.ภ.4 สรุปสำนวนทั้งหมดแล้ว พร้อมเตรียมส่งฟ้องศาลภายในเร็วๆนี้ ขอให้ตำรวจที่ตกเป็นผู้เสียหายขอให้พยายามช่วยเหลือตัวเองไปก่อน อย่าไปทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องตามกฎหมาย หรือไปคิดสั้นจนทำให้ตนเองและครอบครัวเดือดร้อน ไม่ต้องห่วงด้านคดีเพราะส่งฟ้องศาลขอนแก่นในคดีอาญาคดีแพ่ง และ บช.ภ.4 ติดตามเรื่องการฟอกเงินเพี่อเอาทรัพย์สินที่ยึดมาได้ตามกฎหมาย มาเป็นเงินคืนให้"