ดัชนี S&P 500 ทะลุระดับ 2,900 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกช่วงต้นชั่วโมงซื้อขาย แต่ทรงตัวไม่ได้ปิดตลาดย่อตัวลงเล็กน้อยที่ 2,897 เพิ่มขึ้น 0.03% หลังดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐของ Conference Board ดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 133.4 ในเดือนสิงหาคม สูงสุดในรอบ 18 ปี
1. สตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ระบุวว่า กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมออกรายงานรอบครึ่งปี ว่าด้วยประเทศที่บิดเบือนค่าเงินในวันที่ 15 ตุลาคม ซึ่งรายงานดังกล่าวจะพิจารณาจากข้อมูลการดำเนินการของรัฐบาลที่มีต่อค่าเงินในประเทศต่างๆ ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน ปีนี้
ต่อกรณีการกล่าวหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าจีนปั่นค่าเงินหยวนให้ลดค่าลงนั้น สตึเวน มนูชิน ย้ำว่า จะพิจารณาการอ่อนค่าของหยวนโดยพิจารณาทบทวนสถานะเศรษฐกิจของจีนไปด้วย พร้อมกับชี้ว่า เงินหยวนของจีนเป็นสกุลเงินที่มีการควบคุมมากกว่าสกุลเงินอื่นๆ ที่นักลงทุนสามารถเข้าถึงตลาดได้ แต่ถ้าจีนเข้าพยุงค่าเงินหยวนในช่วงที่ผ่านมา ก็ไม่ถือว่าเป็นการปั่นค่าเงิน
แต่ถ้าจีนปล่อยให้หยวนอ่อนค่าลง ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องทางโครงสร้าง หรือมาจากการกระทำปั่นค่าเงิน ก็จะถือเป็นการปั่นค่าเงินจริง
2. นอกจากนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ยังยอมรับว่า ก่อนหน้าวันนี้มีการจับตาค่าเงินหยวน เนื่องจากเงินหยวนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์ติดต่อกันเป็นวันที่ 3 จนถึงวันนี้ หลังจากที่จีนใช้นโยบายพยุงค่าเงินหยวน
การซื้อขายเงินหยวนในตลาดค้าเงินในประเทศวันนี้ที่ระดับ 6.8204 ต่อดอลลาร์ โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เงินหยวนแข็งค่าแตะ 6.7911 ต่อดอลลาร์ และเคยเคลื่อนไหวอ่อนค่ามากที่สุดแตะระดับ 6.99 ต่อดอลลาร์ในช่วงตันเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นชาวงเวลาที่จีนถูกกดดันจากกระแสสงครามการค้ากับสหรัฐมากที่สุด
เงินหยวนกลับมาแข็งค่ามากที่สุดในรอบเกือบ 15 เดือน สู่ระดับ 6.8000 ต่อดอลลาร์ หลังจากที่ธนาคารกลางจีนแถลงว่า ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม ได้เริ่มปรับวิธีการคำนวณค่ากลางเงินหยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งจะป้องกันปัจจัยผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจ หรือ counter-cyclical factor ที่มีเป้าหมายจะทำให้เงินหยวนมีเสถียรภาพ หลังจากที่หยวนได้อ่อนค่าลงติดต่อกันนาน 3 เดือน โดยดิ่งลงมากถึง 8%
3. สตีเวน มนูชิน ได้กล่าวถึงความหวังที่ว่า สหรัฐจะสามารถทำข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับแคนาดาได้ในไม่ช้า แต่ถึงแม้ตะยังไม่เกิดขึ้น สหรัฐก็ยังจะเดินหน้าต่อไปตามข้อตกลงการค้าที่ทำไว้กับเม็กซิโกล่าสุด เพราะถือเป็นการก้าวไปข้างหน้าที่ยิ่งใหญ่สำหรับการค้า
รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า การเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ครั้งใหม่ ถือเป็นความสำคัญอันดับต้นๆ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมองว่าเป็นข้อตกลงไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ และต่อไปก็คือการเจรจากับแคนาดาเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ดีขึ้น และเป้าหมายต่อไปคือ การเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป และจีน
4. กระทรวงเกษตรสหรัฐเปิดเผยเกี่ยวกับโครงการให้ความช่วยเหลือต่อเกษตรกรอเมรืกัน ในวงเงินโดยตรงจำนวน 4,700 ล้านดอลลาร์ เพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกษตรกรได้รับผลกระทบจากสงครามการค้ากับประเทศคู่ค้าที่ประกาศตอบโต้ทางภาษีในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐ
โดยเงินช่วยเหลือก้อนใหญ่ที่สุด 3,600 ล้านดอลลาร์จะให้กับเกษตรกรที่เพาะปลูกถั่วเหลือง เนื่องจากจีนเป็นผู้ซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐถึง 60% และได้หยุดซื้อนับตั้งแต่ที่มีการตอบโต้ทางการค้ามูลค่า 50,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ กลุ่มเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือทางการเงินยังรวมถึงเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวฟ่าง ข้าวโพด ข้าวสาลี ฝ้าย เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้ผลิตนม
5. ผลสำรวจ Conference Board ที่เป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค และความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วงอีก 6 เดือนข้างหน้า ฐานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน
โดยชี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 133.4 ในเดือนสิงหาคม สูงสุดในรอบ 18 ปีนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2000 เทียบกับระดับ 127.4 ในเดือนกรกฎาคม และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลงสู่ระดับ 126.7
ท่ามกลางการปรับตัวเพิ่มขึ้นในกรอบแคบๆ ของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท โดยดาวโจนส์ปิดที่ 26,064 เพิ่มขึ้น 14.38 จุด หรือ 0.06%
ขณะที่ดัชนี Nasdaq เดินหน้าทำนิวไฮต่อเนื่อง ปิดยืนเหนือ 8,030 เพิ่มขึ้น 0.15% และดัชนี S&P 500 ปิดที่ 2,897 เพิ่มขึ้น 0.03% หลังช่วงต้นชั่วโมงซื้อขายหุ้นทะลุระดับ 2,900 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรก แต่ทรงตัวไม่ได้ปิดตลาดย่อตัวลงเล็กน้อย