นายวิศาล พรเลิศ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดเลย รายงานว่า เรือนจำจังหวัดเลยมีภาระหน้าที่ควบคุมและพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขัง ปัจจุบันมีผู้ต้องขังรวม 2,033 คน ในจำนวนนี่มีผู้ต้องขังชาวลาวกว่า 50 คนที่ต้องโทษความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ที่ส่งผลต่อความมั่นคงของไทย โดยเฉพาะตามแนวตะเข็บชายแดน ไทย-ลาว
นอกจากนี้เรือนจำยังต้องพัฒนาพฤตินิสัยผู้ต้องขังให้คืนสู่สังคม ชุมชนกลับสู่ประเทศภูมิลำเนาหลังพ้นโทษ ปัจจุบันพบว่าสังคมยังไม่ยอมรับ ทำให้หางานทำยาก ถูกตราหน้าจากสังคมซึ่งทำให้หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก เพราะไม่มีงานทำและขาดรายได้ นับแต่มีการรวมตัวกันของประชาคมอาเซียน ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็น"ครอบครัวเดียวกัน"ที่แข็งแกร่งมีภูมิต้านทาน สมาชิกครอบครัวในอาเซียนต้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ปลอดภัย สามารถทำมาค้าขายได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
ดังนั้น การพัฒนาศักยภาพผู้ต้องขังทั้งชาวไทย- ลาว เป็นการวางรากฐานของการพัฒนาอาเซียน โครงการนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะจะช่วยเปิดโอกาสแก่ผู้ต้องขังที่ใกล้จะพ้นโทษ ได้พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน ท้องถิ่น ภาคเอกชนที่จะเป็นช่องทางได้รับการช่วยเหลือ รวมทั้งภาครัฐทางราชการ สร้างความรู้ความเข้าใจอันดีร่วมเพิ่มช่องทางการช่วยเหลือผู้พ้นโทษออกไป โดยกลุ่มเป้าหมายที่ร่วมโครงการประกอบด้วย ส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น เอกชน 60 คนและผู้ต้องขังชาวไทย-ลาว ที่ใกล้จะพ้นโทษจำนวน 30 คน ระยะเวลาดำเนินการ 1 วัน มีกิจกรรมคือ จัดบูธการแสดงผลงานการฝึกวิชาชีพ บูธแสดงทักษะวิชาชีพและการแสดงความสามารถของผู้ต้องขัง