ล่าสุดเมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ ( 27 ส.ค. 61 )ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ,พล.ต.เกรียงไกร ศรีรักษ์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการช่วยรบที่ 4 (ผบ.บชร.4) กองทัพภาค 4 ในฐานะหัวหน้ากองกำลังรักษาความสงบส่วนหน้า กองทัพภาค 4 และนายประเวศ ไทยประยูร รอง ผวจ.สุราษฎร์ธานี แถลงข่าวความคืบหน้าในเรื่องนี้ว่า ในช่วงเช้าได้ลงพื้นที่เกาะเต่า พบกับน.ส.ภัทรา แจ่มตระกูล เจ้าของที่พักโฮฟ์โฮลเทลในเกาะเต่า ที่นักท่องเที่ยวสาวชาวต่างชาติ อายุ 19 ปี เข้ามาพักพร้อมเพื่อนชายอีก 4คน รวม 5 คนเข้าพัก เมื่อวันที่ 23-26 มิ.ย.โดยระหว่างเข้าพักเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. เวลาประมาณ 22.00 น. น.ส.ภัทรา ได้นัดนักท่องเที่ยวทั้งหมดออกไปท่องเที่ยวในเวลา 23.00 น.เป็นปกติเหมือนทุกวัน แต่ผู้เสียหายกับเพื่อนชาย 4 คนได้ขอออกไปเที่ยวกันเองก่อน โดยได้นัดพบกันที่บริเวณฟิชโบบาร์ แต่เมื่อถึงเวลานัด น.ส.ภัทรา ก็ไม่พบกับกลุ่มผู้เสียหายแต่อย่างใด
จนกระทั่งเวลา 02.00 น. ถึงเวลาพานักท่องเที่ยวกลับที่พัก ก็ไม่พบผู้เสียหายเข้าใจว่าผู้เสียหายกลับที่พักกันเอง ต่อมาเวลาประมาณ 10.00 น. น.ส.ภัทราได้พบกับผู้เสียหายและเพื่อนชาย โดยผู้เสียหายแจ้งกับ น.ส.ภัทราว่า ขณะออกไปท่องเที่ยวได้ไปซื้อสุราเป็นถัง มานั่งดื่มกับเพื่อนชายทั้ง 4 คน ที่ชายหาดบริเวณใกล้กับไอร์แลนด์รีสอร์ท ระหว่างที่นั่งดื่มอยู่ มีชายชาวเอเชีย 1 คนเข้ามาถามกับผู้เสียหายว่าโอเคไหม หลังจากนั้นผู้เสียหายก็รู้สึกมึนเมาและรู้สึกเหมือนว่าผู้เสียหายได้เดินผ่านฟิชโบบาร์และลีโอบาร์ ทางชายหาด จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ รู้สึกตัวอีกครั้งในเวลาประมาณ 08.00 น.พบว่าตนเองถูกข่มขืน กระเป๋าเงินและโทรศัพท์มือถือได้หายไปแล้ว จึงได้เดินขึ้นมาบนถนนและมีคนพากลับมาที่ห้องพัก เมื่อ น.ส.ภัทรา ทราบเรื่อง จึงได้บอกและพยายามจูงใจให้ผู้เสียหายไปแจ้งความ ที่ สภ.เกาะเต่า แต่ผู้เสียหายไม่ยอมไปแจ้งว่ามีนัดกับเพื่อนที่งานฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน ในคืนวันที่ 26 มิ.ย. จากนั้นผู้เสียหายกับเพื่อนชายก็ได้เช็คเอ้าท์ในเวลาประมาณ 12.00 น.ออกจากโรงแรมเดินทางไปเกาะพะงัน
ต่อมาวันที่ 4 ก.ค.61 ได้มีเพื่อนชายของผู้เสียหาย เดินทางกลับมาหา น.ส.ภัทราที่เกาะเต่าและสอบถาม น.ส.ภัทรา ว่ายังสามารถแจ้งความเรื่องที่ผู้เสียหายถูกข่มขืนได้หรือไม่ น.ส.ภัทรา จึงได้พาเพื่อนชายของผู้เสียหายพบกับ พ.ต.ท.นพา เสนาทิพย์ รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.เกาะเต่า โดย พ.ต.ท.นพาได้อธิบายว่าสามารถให้ผู้เสียหายมาแจ้งความได้ โดยในเบื้องต้นได้สั่งการให้ ร.ต.อ.จักรพันธ์ แก้วขาว ไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดร้านฟิชโบบาร์ ซึ่งเป็นบริเวณที่อ้างว่าพบชายชาวเอเชีย ปรากฏว่ากล้องวงจรปิดทุกตัวใช้การได้ดี มีระยะเวลาบันทึก 7 วัน ซึ่งวันที่ไปตรวจสอบสามารถดูย้อนหลังได้ถึงวันที่ 28 มิ.ย.61 ล่วงเลยช่วงเวลาเกิดเหตุไปแล้ว
พล.ต.ต.อภิชาติ กล่าวอีกว่าขณะนี้สั่งการให้ สภ.เกาะเต่าดำเนินการดังนี้ คือทำสำนวนการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยตำรวจภูธรจังหวัดสุรษษฎร์ธานี ได้แต่งตั้ง คณะกรรมการร่วมสืบสวนสอบสวนและให้สรุปผลการสืบสวนสอบสวนให้ได้รายละเอียดของพฤติการณ์และรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดรวบรวมไว้ในสำนวน/ให้คณะกรรมการสรุปข้อเท็จจริงให้ได้ว่าเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน หรือความผิดต่อส่วนตัว หากเป็นความผิดต่อส่วนตัวให้แจ้งผู้เสียหายมาร้องทุกข์หรือมอบอำนาจให้บุคคลใดมาร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน หากเป็นความผิดอาญาแผ่นดินให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นผู้กล่าวโทษดำเนินคดีกับคนร้ายตามกฏหมายต่อไปและประสานกับฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่นในการรักษาความปลอดภัยแก่นักท่องเที่ยว จัดกำลังตรวจตราความเรียบร้อนภายในหาดทรายรี ตลอด 24 ชม.
ขณะเดียวกันผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวอีกว่าเตรียมประสานสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทยติดต่อผู้เสียหายพบพนักงานสอบสวน วอนขอให้เลิกให้ข่าวกับสื่อโซเชียล และหากเป็นไปได้ขอให้สื่อโซเชียลที่นำเสนอข่าวนี้พบตำรวจด้วยเพื่อตำรวจจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ผู้การฯ กล่าว
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++