เนชั่นทีวี

ข่าว

หนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยท้ายอีแต๋น ทิ้งลูกในรถแต่ตัวเองหนี

26 ส.ค. 2561 | sippa035

หนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยท้ายอีแต๋น ทิ้งลูกในรถแต่ตัวเองหนี

(คลิปเต็มด้านล่าง) ที่ จ.สุพรรณบุรี เมื่อกลางดึก วันที่ 26 ส.ค.ร.ต.อ.เฉลิมชัย พฤษภาพร รองสารวัตรสอบสวน สภ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งเหตุรถชนกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ถนนสายกาญจนบุรี-อู่ทอง หมู่ 11 ต.จรเข้สามพัน ไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยจักรนารายณ์

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าวัดเทพคีรีทอง(วัดเขาชานหมาก) พบรถกระบะอีซูซุสีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บว 9713 สุพรรณบุรี ชนท้ายรถอีแต๋นสภาพหน้ารถกระบะพังยับกระจกหน้าแตก รถไถนาที่บรรทุกอยู่บนรถอีแต๋น พร้อมเครื่องมืออุปกรณ์ทำนา ตกกระเด็นกระจายเกลื่อนพื้นถนน นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอยู่ในที่เกิดเหตุอีก  5 รายในรถกระบะพบเด็กชายวัย 5 ขวบนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวส่วนคนขับวิ่งหนีเข้าไปในวัด เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันออกติดตามค้นหาและพบว่าหลบซ่อนตัวอยู่จึงนำตัวออกมา ทราบชื่อนายศรชัย  เพ็ญภาค อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 206 หมู่ 1 ต.กระจันทร์ อ.อู่ทอง ได้รับบาดเจ็บมีเลือดไหลออกจากปากและจมูกเจ้าหน้าที่จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.อู่ทอง 

หนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยท้ายอีแต๋น ทิ้งลูกในรถแต่ตัวเองหนี

หนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยท้ายอีแต๋น ทิ้งลูกในรถแต่ตัวเองหนี

จากการสอบสวนนายวีระยุทธ ศูนย์สิทธิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 259 หมู่ 5 ต.ตลิ่งชัน อ.เมืองสุพรรณบุรี คนขับรถอีแต๋น เล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถอีแต๋นบรรทุกรถไถนากลับจากรับจ้างทำนา ในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี มีเพื่อนคนงานนั่งมาด้วยอีก 4 คนมุ่งหน้ากลับบ้านมาตามถนนสายดังกล่าวโดยขับชิดไหล่ถนน ถึงที่เกิดเหตุถูกรถกระบะที่ขับตามหลังด้วยความเร็วก่อนจะพุ่งชนท้ายรถของตนอย่างแรงทำให้ทั้งรถไถนาและคนที่นั่งอยู่บนรถกระเด็นตกจากรถพังเสียหายได้รับบาดเจ็บกันไประนาว หลังจากชนรถของตนแล้วยังไปชนกำแพงรั้ววัดได้รับความเสียหายอีก




หนุ่มเมาซิ่งกระบะเสยท้ายอีแต๋น ทิ้งลูกในรถแต่ตัวเองหนี



ทางด้านนายศรชัย เพ็ญภาค อายุ 39 ปี คนขับรถกระบะซึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยลักษณะคล้ายคนเมาพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่องเล่าว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถกระบะไปทำธุระที่ ต.รางหวาย อ.พนมทวน กับลูกชายสองคนและกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านมาถึงที่เกิดเหตุตนมองไม่เห็นรถอีแต๋นจึงพุ่งชนท้ายก่อนจะไปกำแพงวัดได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บอย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนขับทั้งสองฝ่ายไปตรวจเลือดหาปริมาณแอลกอฮอล์ พร้อมกับจะได้สอบสวนสาเหตุอย่างละเอียดเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวล่าสุด