ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าทางครอบครัวฝ่ายแม่ยังโศกเศร้า โดยทางนางฉันทนา ซึ่งเป็นยายของน้องกล้ายังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียหลานชาย ได้ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทางครอบครัวต้องคอยปลอบและให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างใกล้ชิด
ขณะที่พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ เปิดเผยความคืบหน้าคดีดังกล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวนจะไปยื่นคำร้องขอฝากขังผู้ต้องหาต่อศาลจังหวัดพระโขนง แต่เนื่องจากนายมนตรี แสงยา อายุ 33 ปี ผู้ต้องหายังบาดเจ็บอยู่และยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสิรินธรจึงยังไม่ได้นำตัวไป ทั้งนี้ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเฝ้านายมนตรีตลอด 24 ชั่วโมงอย่างไรก็ตามท้ายคำร้องได้ระบุเพิ่มเติมไปว่า ควบคุมตัวไว้ที่โรงพยาบาล พร้อมยื่นใบรับรองจากแพทย์ประกอบการยื่นคำร้องดังกล่าว ส่วนการสอบปากคำนายมนตรีขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำนายมนตรีได้ เนื่องจากยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งได้ย้ายออกมาพักรักษาตัวในห้องฟื้นแล้ว
เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะต้องเรียกใครมาสอบเพิ่มเติมประกอบสำนวนคดีหรือไม่ ทางพ.ต.อ.อลงกรณ์ เปิดเผยอีกว่า เตรียมเรียกพยานแวดล้อมอื่นเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุของการก่อเหตุครั้งนี้
ต่อมาเวลา 11.20 น. ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ น.ส.ราณี แสงยา และญาติฝ่ายนายมนตรี แสงยา ซึ่งเป็นพ่อ ได้นำเอกสารสูติบัตรมาเพื่อประกอบการยื่นเรื่องขอนำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลตามหลักศาสนา ระหว่างนั้นญาติที่มากับ น.ส.ราณี ได้เดินเข้าไปพูดคุยกับนางฉันทนา ซึ่งเป็นยาย ว่า นายมนตรีไม่ได้เป็นคนฆ่า แต่เจ้าที่เป็นคนฆ่า ทำให้นางฉันทนาที่เสียใจกับการสูญเสียหลานอยู่แล้วได้มีการโต้เถียงกับหญิงสาวคนดังกล่าว
โดยนางฉันทนาบอกว่า "ไอ้ต้องมันฆ่าลูกมัน จะมาบอกว่าต้อง(ผู้ต้องหา)มันไม่ได้ทำ มันฆ่าหลานกูทำไม มันทำหลานกูทำไม" จนกระทั่งญาติทั้ง 2 ฝ่ายต้องแยกทั้งคู่ออก จากนั้นนางปรางทองได้เข้ามาพูดคุยกับมารดาให้สงบสติอารมณ์