ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าว อยู่ระหว่างเสนอให้สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอเข้าสภานิติบัญญัติพิจารณา โดยทางคณะกรรมการจะรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนในสื่อโซเชียลเสนอแนบท้ายร่างกฎหมายให้ที่ประชุมพิจารณาด้วย และหากมีการประกาศใช้ลงราชกิจจานุเบกษา ก็จะมีเวลาประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้กับประชาชน 1 ปี ก่อนจะบังคับใช้กฎหมายเข้มงวด
ด้านพลตำรวจตรีเอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 ระบุว่า ภายหลังจากที่กฎหมายประกาศใช้ การเพิ่มบทลงโทษจะทำให้ข้อหาไม่มีใบอนุญาติขับขี่ิไม่ใช่ความผิดลหุโทษอีกต่อไป ตำรวจจะไม่มีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบปรับเหมือนเดิม แต่จะต้องสรุปสำนวนฟ้องศาล และให้ศาลเป็นผู้พิจารณาบทลงโทษ โดยหากกระทำผิดซ้ำเดิมบ่อยครั้ง แสดงเจตนาฝ่าฝืนกฎหมาย ตำรวจก็จะระบุลงในสำนวนด้วย / ทั้งนี้ยอมรับว่า กฎหมายเดิมที่ให้ตำรวจเปรียบเทียบปรับมาตลอด 39 ปีนั้นไม่ได้ผล สถิติของผู้ที่ไม่มีใบขับขี่สูงขึ้น สถิติอุบัติเหตุสูงขึ้น เพราะผู้ขับขี่เพียงมาจ่ายค่าปรับกับตำรวจ แล้วก็กลับไปขับขี่ต่อ ทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ได้แก้ปัญหาจริงจัง
ส่วนประเด็นที่ประชาชนกังวลว่าการเพิ่มโทษปรับ จะเป็นช่องให้ตำรวจเรียกรับผลประโยชน์หรือเกิดการทุจริตนั้น ตามกฎหมายใหม่ตำรวจไม่มีอำนาจปรับ แต่หากว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือทุจริต สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่มีการปกป้อง และจะดำเนินคดีทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด
ด้านพันตำรวจเอก กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สั่งให้ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ต้องแสดงใบหน้าที่ชัดเจน ห้ามใส่หน้ากากปิดบังใบหน้า เด็ดขาด โดนคำสั่งดังกล่าวเริ่มตั้งปต่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อลดข้อครหาว่าเป็น เจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ แต่สำสั่งดังกล้าวได้ ผ่อนผันให้กับเจ้าหน้าที่จราจรที่ต้องใส่หน้ากาดกันควันพิษได้ แต่เมื่อแสดงตัวต้องถอดออก เช่นเรียกตรวจ ทั้งนี้รวมถึงแว่นดำแและหมวกคุ้มหน้าเด็ดขาด ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นมห้ส่งภาพและคลิปร้องเรียนมายังสำนักงานตำรวจแห่งลชาติ