รายงานประชุมของเฟดชี้หากข้อพิพาททางการค้ายังคงยืดเยื้อต่อไปอีก ก็อาจจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนของภาคธุรกิจ การใช้จ่ายเพื่อการลงทุน และการจ้างงาน อีกทั้งมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าอาจจะส่งผลต่ออำนาจซื้อของภาคครัวเรือนสหรัฐลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบที่ลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
หนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ได้ทำการอายัดเงินของรัสเซียจำนวน 5,000 ล้าน Swiss francs ที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ
1. เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้กล่าวยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นอิสระของเฟด ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อบทบาทของเฟดที่ไม่ทำหน้าที่เหมือนกับธนาคารกลางประเทศอื่นๆ เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลในเรื่องข้อพิพาททางการค้ากับจีนและสหภาพยุโรป
ขณะเดียวกัยประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่เห็นด้วยต่อนโยบายเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีก 2 คนั้งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและเป็นปัญหาต่อนโยบายการค้าของสหรัฐ
ทั้งนี้ ประธานเฟดยังกล่าวถึงเป้าหมายของเฟดก็คือการแก้ไขปัญหาการว่างงาน และปัญหาเศรษฐกิจ โดยจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่มีการประนีประนอมกับความเป็นอิสระของเฟด
2. ประธานเฟดระบุว่า ที่ผ่านมายังไม่เคยพูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับประเด็นอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ยืนยันว่า จะไม่นำประเด็นการเมืองเข้ามาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจเรื่องนโยบายการเงิน
ขณะที่ประธานาธิบดีทรัมป์ย้ำว่า เขาควรจะได้รับความช่วยเหลือจากเฟดบ้าง โดยที่เฟดควรทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ
ทั้งนี้ เฟดได้ส่งสัญญาณที่จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในเดือนกันยายน และธันวาคม และยังจะปรับขึ้นอีก 3 ครั้งในปีหน้า ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว 2 ครั้งโดยยืนอยู่ที่ระดับ 1.75-2.0% ในปัจจุบัน ซึ่งหากนับตั้งแต่ประธานาธิบดีทรัมป์เข้ารับตำแหน่ง เฟดได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยรวม 5 ครั้งแล้ว
3. จากรายงานเปิดเผยผลการประชุมของเฟดที่มีขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม-1 สิงหาคม ระบุว่า กรรมการเฟดหลายคนได้ส่งสัญญาณที่มีความพร้อมฝยการจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และธันวาคม หากเศรษฐกิจของสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
โดยหากว่า ข้อมูลเศรษฐกิจได้สนับสนุนมุมมองของเฟดที่มีต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในปัจจุบัน ก็ถือเป็นเรื่องเหมาะสมที่เฟดจะก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่งในการถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
รายงานการประชุมของเฟดระบุอีกว่า เป้าหมายการเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเฟด จะพิจารณาถึงกิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวที่งยั่งยืน, ภาวะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อที่เข้าใกล้เป้าหมายในระดับ 2% ในระยะปานกลาง
4. นอกจากนี้ เฟดยังมีความกังวลความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากข้อพิพาทการค้าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน อาจจะส่งผลให้เฟดมีการทบทวนเรื่องแผนการปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมกับชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังเผชิญกับความเสี่ยงหลายด้าน ทั้งเรื่องตลาดที่อยู่อาศัยที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และผลกระทบจากความอ่อนแอลงทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่
เฟดชี้ว่า หากข้อพิพาททางการค้ายังคงยืดเยื้อต่อไปอีก ก็อาจจะส่งผลบต่อบรรยากาศการลงทุนของภาคธุรกิจ การใช้จ่ายเพื่อการลงทุน และการจ้างงาน อีกทั้งมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าอาจจะส่งผลต่ออำนาจซื้อของภาคครัวเรือนสหรัฐลดลง ซึ่งจะส่งผลกระทบที่ลุกลามไปยังภาคส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน
5. Credit Suisse ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ได้ทำการอายัดเงินของรัสเซียจำนวน 5,000 ล้าน Swiss francs ที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ทำให้สร้างแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นกับทางการมองโกว
โดยที่กระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศเป็นมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินของรัสเซียเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนย้ายเงินทุนของกลุ่มบุคคลและองค์กรของรัสเซียในการเข้าสู่ตลาดการเงินระหว่างประเทศ