เพื่อแจ้งความเอาผิดเจ้าหน้าที่ทหารนายหนึ่งยศจ่าสิบเอก สังกัดทหารบก จ.ตรัง ในข้อหา "กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี" หลังก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกชายฝาแฝดผู้น้องวัย 7 ปี ของนางเอ เกิดเหตุบ้านพักในค่ายทหารแห่งหนึ่งจ.ตรัง โดยนำหลักฐานการตรวจร่างกายและเอกสารที่เกี่ยวข้องนำมามอบให้เจ้าหน้าที่ประกอบการพิจารณา
นางเอ กล่าวว่า ตนเองกับลูกชายฝาแฝดวัย 7 ขวบ อาศัยอยู่ที่บ้านพักในค่ายทหารแห่งหนึ่งจ.ตรัง จนเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนเองสังเกตุเห็นลูกชายฝาแฝดผู้น้องมีอาการผิดปกติเข้าห้องน้ำบ่อยครั้งจึงได้เรียกมาสอบถามถึงทราบว่าถูกทหารยศจ่าสิบเอกที่เพื่อนบ้านในละแวกเดียวกันล่วงละเมิดทางเพศโดยทหารคนดังกล่าวได้แอบมาเรียกลูกชายตนเองออกไปหาที่บริเวณข้างรั้วบ้านก่อนที่จะสั่งให้ถอดกางเกงแล้วกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่ นอกจากนี้เมื่อไปตรวจสอบที่กางเกงที่ลูกชายใส่พบว่ามีคราบน้ำอสุจิติดอยู่ จึงได้รีบพาลูกชายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทันที
นางเอ กล่าวต่ออีกว่า ผลตรวจร่างกายแพทย์ระบุว่าที่ทวารหนักมีร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศจริง จึงได้นำหลักฐานไปแจ้งความไว้ที่ค่ายทหารที่ผู้ก่อเหตุสังกัดอยู่เพื่อให้ดำเนินคดี ต่อมาในวันเดียวกันได้มีทหารในสังกัดดังกล่าวมาหาที่บ้านพักเพื่อเจรจาต่อรองโดยขอจ่ายค่าเสียหายจำนวน 3 แสนบาท แต่ทางตนเองไม่รับเนื่องจากอยากให้ดำเนินคดีทางกฎหมาย ซึ่งในวันถัดมาจึงตัดสินใจไปแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง เพื่อให้ดำเนินคดีกับทหารรายนี้ให้ถึงที่สุด
นางเอ กล่าวต่อไปว่า ทหารคนดังกล่าวเคยทำอนาจารลูกชายฝาแฝดผู้น้องคนนี้ที่สระนำแห่งหนึ่งในจ.ตรัง โดยการอมอวัยวะเพศ แต่ตอนนั้นตนเองไม่ได้เอาความเนื่องจากยังไม่ถึงขั้นกระทำชำเรา อย่างไรก็ตามหลังจากเกิดเรื่องตนเองกับลูกได้ย้ายออกจากบ้านพักหลังดังกล่าวมาพักอาศัยอยู่กับญาติที่จ.ปทุมธานี เพื่อความปลอดภัย
ด้านทนายรณรงค์ กล่าวว่า ในใบแพทย์มีการระบุที่ค่อนข้างชัดว่าเด็กด้วยล่วงละเมิดทางเพศทางทวารหนัก แต่คดีความก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้กองปราบดำเนินการตรวจสอบสำนวนคดีเพิ่มเติม เนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับทหารเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำและตรวจสอบพยานหลักฐาน ก่อนจะส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป