ผู้ต้องหาในคดีนี้ มีร่วมกัน 6 คน ถูกยื่นฟ้องศาลจังหวัดพัทยาในข้อหาเดียวกัน ประกอบด้วย นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้บงการฆ่า และเป็นมือลั่นไก นายณรงค์ หรือบ่าว วรินทรเวช อายุ 22 ปี มือลั่นไก รับค่าจ้างจากเสี่ยอ้วน 50,000 บาท นายเกียรติศักดิ์ หรือบอล สุรางค์แสงมีบุญ อายุ 35 ปี รับเงินค่าจ้างเสี่ยอ้วน 1 แสนบาท ทำหน้าที่ขับ ฮอนด้า CRV สีขาว ทะเบียน กล-9444 ภูเก็ต ที่ใช้ก่อเหตุให้เสี่ยอ้วน และนายบ่าว ตามมาลงมือยิง ก่อนเปลี่ยนเป็น รถปิคอัพ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ทะเบียน บท-3631 ภูเก็ต พาเสี่ยอ้วนหลบหนี และนำอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ 4 กระบอก ไปทิ้งในพงหญ้าใกล้สถานีรถไฟตำบลพลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายสายันต์ สีสุข อายุ 43 ปี คนชี้เป้า และจัดหาผู้ร่วมทีม รับเงินค่าจ้างเสี่ยอ้วน 10,000 บาท นายจิรศักดิ์ อุนัยบัน หรือป๊อปปี้ อายุ 34 ปี ทำหน้าที่ขับรถเก๋ง โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน 1กฎ-9490 กรุงเทพมหานคร เช่าจากพัทยาใช้ในการคุ้มกัน และประกบติดตาม รถแวน INNOVA สีขาว ทะเบียน ฎง-9641 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้ตายเช่าเหมามาเที่ยวในวันเกิดเหตุ และนายกฤษณะ หรือมด สีสุข อายุ 22 ปี ทำหน้าที่จัดหาที่พักในเขตเมืองพัทยา นั่งอยู่ในรถ Toyota Yaris ขณะก่อเหตุ
สำหรับ การทำแผนได้อิงตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหาทั้งหมด มีการใช้ตัวละครแทนลูกทีม 5 คน ที่ถูกส่งดำเนินคดีแล้ว ซึ่งภายหลังก่อเหตุลงมือฆ่าทั้งหมดได้หลบหนีออกจากพื้นที่ มีเพียง นายสายันต์ ซึ่งยังอยู่กับกลุ่มผู้ตาย ทำทีเหมือนไม่รู้เห็น เมื่อสอบสวนขยายผลจึงทราบว่า นายสายันต์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทีมฆ่า ทำหน้าที่เข้ามาแฝงตัวสีตีสนิทเป็นแฟนกับเพื่อนผู้ตาย ในการส่งข่าวความเคลื่อนไหว และชี้พิกัดให้เสี่ยอ้วนรู้ ตั้งแต่เริ่มเคลื่อนตัวออกจากที่พักในเมืองพัทยา ไปเที่ยวที่ตลาดน้ำสี่ภาค ต่อด้วยสวนนงนุชพัทยา ก่อนจะมาสิ้นสุดที่พระพุทธรูปแกะสลักเขาชีจรรย์ ซึ่งเป็นจุดที่ทีมฆ่าลงมือสังหาร โดยรถที่ผู้ตายเช่าเหมามา ได้จอดเสียบเข้าซองอยู่บริเวณลานจอดรถข้างร้านค้า ระหว่างที่ผู้ตายทั้งสองกำลังกลับมาขึ้นรถเพื่อเดินทางกลับ ทันใดนั้น รถโตโยต้า yaris ได้เคลื่อนตัวเข้ามาปิดท้าย และรถ CRV ของเสี่ยอ้วน เคลื่อนตัวปิดตาม ก่อนเสี่ยอ้วน จะปี่ลงมาจากรถควงปืนลูกโม่ขนาด .38 จำนวน 2 กระบอก จ่อกระหน่ำยิงที่หัวของทั้งคู่ แต่กระสุน 3 นัดแรกเกิดด้าน จึงลั่นไกจนกระสุนไปถูกร่างของทั้งคู่จนล้มลง ทันใดนั้น นายบ่าว ที่ตามลงมาด้วยกัน จึงได้เปิดฉากยิงปืนขนาด 9 มม. ซ้ำเข้าที่ร่างของน้องสปาย 2 นัด และน้องฟอส 2 นัด เมื่อแน่ใจว่าทั้งคู่เสียชีวิตแล้ว จึงได้นำปืนไปทิ้งทำลายหลักฐาน ก่อนพากันแยกย้ายหลบหนี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นับเป็นคดีสะเทือนขวัญ ที่สังคมต่างให้ความสนใจ และเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าเป็นกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อบาปกรรม แม้ตัวของ เสี่ยอ้วน จะปฏิเสธไม่รู้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ก็ตาม ซึ่งตลอดระยะเวลา 24 วัน นับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มกำลังสามารถ จนสามารถปิดคดีได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นที่พึงพอใจของสังคม และครอบครัวผู้ตาย นับจากนี้ ตัวเสี่ยอ้วน และผู้ร่วมขบวนการ คงได้ไปชดใช้กรรมที่ก่อในคุก และขุมอเวจี อย่างแน่นอน