เรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ เพราะสื่อมาเลเซียตีข่าวว่าเรือเจ้าหน้าที่ไทยเป็นเรือโจรสลัด ขณะที่ฝ่ายไทยตอนแรกก็ไม่พอใจ เพราะคนที่ถูกจับเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เมื่อวานเลขานุการส่วนตัวของ ดอกเตอร์ มหาธีร์ โมฮาหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และเป็นสมาชิกสภาเกาะลังกาวี ใกล้ๆ กับจังหวัดสตูล เดินทางมาเคลียร์ปัญหาด้วยตัวเอง โดยเข้าหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล คุณภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ปรากฏว่าหลังประชุม ผู้ว่าฯสตูลสั่งให้เจ้าหน้าที่ไทย 11 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน โดยในจำนวนนี้ 8 ราย เป็นตำรวจ สภ.เมืองสตูล ซึ่งมีตำรวจที่ถูกทางการมาเลเซียจับ 3 คนรวมอยู่ด้วย ส่วนอีก 3 คนเป็นผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยฯ ที่ร่วมปฏิบัติการจับเรือประมงมาเลย์
สำหรับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ทั้ง 11 นายที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ โดยเฉพาะที่เป็นตำรวจ 8 นายนั้น ถูกบรรยายไว้ในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยผู้ว่าฯสตูล สรุปว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดออกปฏิบัติการโดยมิชอบ เรียกเงินจากลูกเรือประมงสัญชาติมาเลย์ที่ถูกจับ เป็นเงิน 100,000 ริงกิต (คิดเป็นเงินไทยเกือบๆ 1 ล้านบาท) เมื่อลูกเรืออ้างว่าไม่มีให้ ก็ต่อรองลดเหลือ 50,000 ริงกิต ต่อมาลูกเรือมาเลย์ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่มาเลเซียเข้าช่วยเหลือ จึงเกิดการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย 3 นายไปขึ้นฝั่งที่มาเลเซีย รวมทั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านอีก 1 คน
เรื่องนี้ทำไปทำมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสตูลอาจจะกลายเป็นคนผิดเสียเอง เพราะมีข้อสังเกตจากปฏิบัติการครั้งนี้หลายประการ ได้แก่ 1.ทำไมตำรวจแต่งกายนอกเครื่องแบบขณะปฏิบัติหน้าที่ 2.ทำไมไม่ใช้เรือตรวจการณ์และชักธงแสดงสัญชาติขณะเข้าตรวจค้นจับกุม (เพราะจากการตรวจสอบพบว่า นั่งเรือประมงชาวบ้าน ที่เป็นเรือหางยาวไปจับ) 3.ตำรวจ สภ.เมืองสตูล ถือเป็น "ตำรวจบก" มีอำนาจจับกุมเรือประมงในทะเลเหมือนตำรวจน้ำด้วยหรือไม่ 4.ปฏิบัติการครั้งนี้ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาจริงหรือไม่ และ 5.เหตุใดเมื่อถูกทางการมาเลเซียจับกุม จึงไม่แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไทย
นอกจากนั้น ยังมีข้อสังเกตเพิ่มเติมด้วยว่า ตามกฎหมายระหว่างประเทศ การตรวจการณ์ในน่านน้ำ จะต้องใช้เรือตรวจการณ์ที่ชักธงแสดงสัญชาติ การปฏิบัติการต้องมีผู้บังคับบัญชาระดับสัญญาบัตรควบคุม และหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในน่านน้ำทะเลอันดามัน คือ กองบังคับการตำรวจน้ำ กองทัพเรือภาค 3 และกรมประมง ส่วน "ตำรวจบก" ไม่มีอำนาจจับกุมหรือปฏิบัติการในท้องทะเล