พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงผลการประชุมหารือร่วมกับนายเต็งส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจคนเข้าเมือง และประชากร สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ว่าที่ประชุมเห็นชอบให้นำเข้าแรงงานตาม MOU จากประเทศเมียนมาร์ ทั้งนี้ ฝ่ายไทยได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า ฝ่ายไทยจะดำเนินการต่ออายุแรงงานที่ได้รับอนุญาตทำงานตามมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 ที่ผ่านการพิสูจน์สัญชาติแล้ว ออกไปอีกเป็นเวลา 2 ปี ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 โดยจะอนุญาตคราวละ 1 ปี ตามที่แรงงานต่างด้าวได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร การดำเนินการดังกล่าวจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม-30 กันยายน 2561 ณ ศูนย์บริการเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) สำนักงานจัดหางานจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล
สำหรับแรงงานที่ถือหนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางชั่วคราว เอกสารรับรองบุคคล เอกสารเดินทาง ซึ่งเอกสารดังกล่าวยังมีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 90 วัน จะเสนอคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาอนุมัติให้กระทรวงมหาดไทยออกประกาศผ่อนผันให้แรงงาน
ต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรและพิจารณาออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขของการอนุญาตให้แรงงานทำงานได้ตามมาตรา 83 แห่งพระราชกำหนดการประมงพ.ศ. 2558 รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า ฝ่ายเมียนมาร์แจ้งว่าจะส่งทูตมาดูแลแรงงานในประเทศไทย พร้อมย้ำว่าจะอบรมให้ความรู้แก่แรงงานเมียนมาร์เกี่ยวกับกฎหมาย วัฒนธรรม การใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยก่อนจะเข้ามาทำงานในไทย ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด ทำให้ประพฤติปฏิบัติไม่ถูกต้อง และได้รับความคุ้มครองตามหลักมาตรฐานสากล ซึ่งฝ่ายเมียนมาร์ชื่นชมรัฐบาลไทยที่ดำเนินการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวให้ถูกต้องตามกฎหมาย