จึงออกมาแถลงข่าวครั้งนี้เนื่องมาจากสถาบันนิติเวชวิทยาศาสตร์ได้ออกมาชี้แจงผลการชันสูตรเบื้องต้น อวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ สมองของน้องเมย ทางสถาบันฯไม่สามารถตรวจพิสูจน์ยืนยันได้ เนื่องจากสารพันธุกรรมของเนื้อเยื่อได้ผ่านการดองน้ำยาฟอร์มาลีน มีการเสื่อมสลายมาก เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นจึงได้นำส่งอวัยวะดังกล่าวไปให้คณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีตรวจพิสูจน์ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าทางโรงพยาบาลรามาธิบดีได้ยืนยันมาว่า เนื้อเยื่อจากอวัยวะต่างๆ มีสารพันธุกรรมในปริมาณและคุณภาพที่ไม่เหมาะสมในการตรวจวิเคราะห์ต่อไป ทำให้ไม่สามารถระบุรูปแบบสารพันธุกรรม เพื่อนำมาเปรียบเทียบว่าเป็นบุคคลใดได้ และยืนยันผลสรุปที่ได้นำส่งพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2560 ถือว่าเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์แล้ว
น.ส.สุพิชากล่าวว่า คดีของน้องเมยล่วงเลยมากว่า 10 เดือนแล้วยอมรับว่ามาถึงทางตันเนื่องจากไม่สามารถตรวจยืนยันอวัยวะของน้องเมยได้ จึงมีผลต่อรูปคดีที่มีการฟ้องร้องเพราะไม่สามารถสรุปถึงสาเหตุการเสียชีวิตได้ ซึ่งครอบครัวจะได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับแพทย์สภาอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นกลางในการดูแลแพทย์ในประเทศไทย เน้นในเรื่องโรงพยาบาลพระมงกุฎจัดเก็บอวัยวะทำถูกต้องหรือไม่ ซึ่งส่งผลทำให้ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ ส่วนการดำเนินคดีทางศาลนั้น จะได้ปรึกษาหารือกับทางทนายความอีกครั้งหนึ่ง
นางสุกัลยากล่าวว่า การดำเนินคดีในครั้งนี้ เพื่อหาความยุติธรรมและความเป็นธรรมให้กับน้องเมยเท่านั้นเอง
นายพิเชษฐ กล่าวว่า ตนเองไม่มั่นใจในเรื่องอวัยวะของน้องเมย เนื่องจากการผ่าพิสูจน์นั้น หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว ควรจะนำอวัยวะทั้งหมดกลับสู่ร่าง แต่ไม่ยอมเอามาคืน เชื่อว่าอวัยวะที่ตรวจพิสูจน์นั้นไม่ใช่ของน้องเมย