โครงการของชลประทานยะลา งบปี 60 มีทั้งหมด 32 โครงการ เป็นโครงการที่ขอใช้งบเพิ่มเติมจากทางจังหวัด ในโครงการบริหารจัดการน้ำกลุ่มจังหวัดชายแดนภาคใต้ เฉพาะในส่วนที่ของบเพิ่มเติมมีทั้งสิ้น 32 โครงการ งบประมาณสูงถึง 489 ล้านบาท
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รูปแบบโครงการมีตั้งแต่การปรับปรุงระบบท่อระบายน้ำ, การก่อสร้างพนังกั้นน้ำ, การก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง, การขุดลอกแก้มลิง, การก่อสร้างฝาย, ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ, การก่อสร้างสถานีสูบน้ำ และขุดลอกคลอง มูลค่าแต่ละโครงการอยู่ระหว่าง 4.8 ล้านบาทถึง 30 ล้านบาท โดยโครงการก่อสร้างอาคารป้องกันตลิ่ง 2 แห่ง งบประมาณ 46 ล้านบาทที่ถูกบอร์ด ป.ป.ท.ตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพื่อชี้มูลความผิด ก็รวมอยู่ใน 32 โครงการนี้ด้วย
นอกจากนั้นยังมีโครงการที่ถูกจับตา เพราะมีประชาชนร้องเรียนเข้าไปที่ ป.ป.ท.แล้ว เช่น โครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ 2 แห่งใน 2 ตำบลของ อ.เมืองยะลา ใช้งบแห่งละ 17 ล้านบาทเศษ แต่ถูกชาวบ้านร้องเรียนว่าทรุดตัว ทั้งๆ ที่เพิ่งสร้างไม่นาน
อีกแห่งหนึ่งเป็นอาคารบังคับน้ำ ใน อ.เบตง จ.ยะลา งบประมาณสูงถึง 23 ล้านบาท ตามสเปกต้องใช้หินแกรนิต แต่เมื่อไปตรวจสอบสถานที่จริง พบว่าใช้หินธรรมดา เป็นหินภูเขา คาดว่าขนมาจากเศษหินที่ได้จากการเจาะหรือเปิดเส้นทางระบายน้ำใกล้ๆ โครงการนั่นเอง ทั้งๆ ที่ตามแบบมาตรฐานของกรมชลประทาน ต้องใช้หินใหม่ มีขนาดและรูปแบบตามที่กำหนดในระเบียบอย่างละเอียดชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.กำลังตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานอยู่
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานขององค์กรตรวจสอบทุจริตในพื้นที่ ระบุว่า การจัดจ้างโครงการก่อสร้างของสำนักงานชลประทานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีลักษณะที่น่าสงสัยว่าอาจมีการฮั้วราคากัน โดยมีบริษัทผู้รับเหมายื่นเสนอราคา 5-7 แห่งต่อจังหวัด แต่ละโครงการจะสลับกันเสนอราคาสูงกว่าราคากลาง ในลักษณะเป็น "บริษัทคู่เทียบ" เพื่อให้อีกบริษัทหนึ่งได้งานไป เป็นแบบนี้วนไปเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อดูในภาพรวม ก็จะพบว่าแต่ละบริษัทได้งานกันไปบริษัทละ 5-7 งานต่อปี คล้ายๆ แบ่งเค้กกัน
ทั้งหมดนี้นำมาสู่ข้อสรุปของ พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการ ป.ป.ท. ที่บอกว่า กรณีส่อทุจริตโครงการชลประทานใน จ.ยะลา นั้น มีข้อมูลเบาะแสว่าผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้มีอิทธิพลในวงการก่อสร้างที่ฝังรากลึกมานาน อาศัยสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่กระทำทุจริต เพราะเชื่อว่าเป็นโครงการก่อสร้างในพื้นที่สีแดง ทำให้หน่วยงานตรวจสอบทุจริตลงพื้นที่ไปตรวจสอบยาก
สอดคล้องกับข้อมูลของคนในพื้นที่ที่รับรู้กันมาเนิ่นนานว่า การใช้อิทธิพลทุจริตโครงการก่อสร้างในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาเรื้อรัง อาคารบางอาคาร ตามแบบต้องก่อสร้าง 3 ชั้น สร้างจริงแค่ 2 ชั้นก็ยังมี เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางกล้าไปตรวจ นั่งเซ็นแบบอยู่ตามโรงแรมในหาดใหญ่เท่านั้น เพราะในพื้นที่มีปัญหาความไม่สงบ
ได้เวลาเปิดพรมเพื่อสะสางขยะที่ซุกไว้นานกว่า 1 ทศวรรษเสียที !