พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวด้วยว่า การปฏิรูปชุดนายมีชัย ไม่ได้หยิบยก 2 เรื่องสำคัญ ที่เป็น สมอง และหัวใจของการปฏิรูปตำรวจ มาพูด นั่นคือ 1. เรื่องงบประมาณ ที่ยังไม่เพียงพอ ตนเคยเสนอหลายครั้ง ลดจำนวนตำรวจไปครึ่งหนึ่งเอางบฯเงินเดือนตัดจากกำลังพลที่เอาออกไป มาเพิ่มเงินเดือนให้ตำรวจ และมาเป็นงบลงทุนฯ โดยงานด้านรักษาความปลอดภัยโอนให้หน่วยอื่น ให้เอกชน รัฐก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังตำรวจในภารกิจนี้ เอาตำรวจออกได้ และ 2. ไม่ได้พูดถึงผลกระทบการดูแลตำรวจชั้นผู้น้อย ที่เป็นหัวใจของตำรวจใกล้ชิดประชาชนที่สุด ทั้งที่การปฏิรูปให้ได้ผลอย่างแท้จริงต้องปฏิรูปตำรวจชั้นผู้น้อย ซึ่งใกล้ชิดและกระทบประชาชนมากที่สุด ขณะนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยแสนกว่าคนยังตกระกำลำบาก ต้องทำงานหนักเกินกว่าข้าราชการทุกกระทรวง แต่รายได้เท่ากันตามมาตรฐานระเบียบราชการ
"ผมต้องการให้การปฏิรูป ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้เงยหน้าอ้าปาก ได้รับข้าตอบแทนตามภาระงาน ชั่วโมงการทำงาน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ผมเชื่อว่าการปฏิรูปครั้งนี้่จะสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้ค่าคอบแทนพิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น เฉลี่ยวันละ 100 บาท ผมสอบถามตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนใหญ่ ไม่ต้องการ 3,000 บาท แต่ขอค่าตอบแทนเท่าชั่วโมงที่ทำงาน ค่าล่วงเวลา มีงานวิจัยพบว่าตำรวจชั้นผู้น้อยทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ทั้งที่ตามกฎหมายแรงงานให้ทำงานแค่วันละ 8 ชั่วโมง ดังนั้น 4 ชั่วโมงที่เกินมา ตำรวจต้องได้ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ของตำรวจไม่มี มีคำสั่งห้ามลา ห้ามขาด ห้ามป่วย และวันหยุดเหล่านี้ไม่มีค่าล่วงเวลา หากคิดตามนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยจะได้เงินเพิ่มตามปริมารงานและเวลาทำงาน เพิ่มถึงเดือนละประมาณ 12,000 บาท ผมว่าหากทำแบบนี้คุณภาพชีวิตตำรวจชั้นประทวนจะดีขึ้น เราเพิ่มเงินเดือนไม่ได้ เพราะเป็นมาตรฐานข้าราชการ แต่ของเงินเพิ่มตามการทำงานที่แท้จริง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าเสี่ยงภัย ต่างๆ" รองผบ.ตร.กล่าว