เนชั่นทีวี

ข่าว

เตรียมไทยให้พร้อมสู่ ประธานอาเซียน 2562

13 ส.ค. 2561 | mook

เตรียมไทยให้พร้อมสู่ ประธานอาเซียน 2562

การรวมตัวของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือที่รู้จักกันในชื่อ "อาเซียน" ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ ปี 2510 ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับภูมิภาคนี้มาอย่างต่อเนื่อง


ไม่ว่าจะเป็นการรักษาเสถียรภาพทางการเมือง การพัฒนาความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน ตลอดจนการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมไปถึงการหลอมรวมวัฒนธรรมผ่านการเคลื่อนย้ายของผู้คนในอาเซียนล้วนเป็นการขับเคลื่อนให้ประชาคมที่มีประชากรรวมกันกว่า 600 ล้านคนเดินหน้าอย่างมั่นคงเสมอมาการก้าวขึ้นเป็น "ประธานอาเซียน" ของประเทศไทยในปี 2562 จึงมีนัยสำคัญต่อความเปลี่ยนแปลง และบทบาทของประเทศไทยในระดับภูมิภาคอย่างยิ่ง

"ระยะเวลาที่ผ่านมา 51 ปี วันนี้ต้องถือว่าอาเซียนก้าวสู่วัยกลางคนแล้วนะครับ" นายสุริยา จินดาวงษ์ อธิบดีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงระยะเวลากว่าครึ่งศตวรรษของความร่วมมือที่ผ่านมาของอาเซียนต้องยอมรับว่า มรดกที่ ดร.ถนัด คอมันตร์ ทิ้งไว้ให้นั้นได้สร้างเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน ด้านเศรษฐกิจ แนวคิดเรื่องเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area) หรือ อาฟต้า (AFTA) ก็ได้เอื้อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจที่พัฒนาตัวเองจนกลายมาเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) หรือ AEC หนึ่งใน 3 เสาหลักของอาเซียนในวันนี้


"หรือความร่วมมือด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศสมาชิกบวกจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ในการป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันเรามีระบบเตือนภัยด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ แต่หลาย ๆ คนอาจไม่ค่อยรู้ในเรื่องนี้" อธิบดีกรมอาเซียนระบุถึงผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมจากการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งทำให้ความร่วมมือในหลาย ๆ ด้านมีการพัฒนาและต่อยอดมากขึ้น

     
หากถามถึงความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดในอาเซียนที่ผ่านมา การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคทั้งการเชื่อมโยงระหว่างกัน และการเชื่อมโยงกับนานาประเทศถือเป็นภาพสะท้อนที่เด่นชัดที่สุด โดยเฉพาะความร่วมมือเกี่ยวกับ "เขตการค้าเสรี" หรือ FTA กับหลาย ๆ ประเทศนอกอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งส่งผลให้มีการเชื่อมโยงทาง ด้านการค้ามากยิ่งขึ้น     

เตรียมไทยให้พร้อมสู่ ประธานอาเซียน 2562

"ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ตั้ง หรือภูมิศาสตร์ของไทยมีบทบาทที่สำคัญสำหรับภูมิภาค อยู่ตรงกลาง ของพื้นที่ นี่คือข้อได้เปรียบ แต่คำถามสำคัญก็คือ เราจะใช้ข้อได้เปรียบนี้ให้เป็นประโยชน์ทั้งกับตัวเราและภูมิภาคได้อย่างไร" นั่นจึงกลายเป็นที่มาของแนวความคิดยุทธศาสตร์ความเชื่อมโยงผ่าน "แผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน ค.ศ. 2025" ที่ไทยเป็นผู้ริเริ่ม ขณะเดียวกัน การเชื่อมโยงกับนานาประเทศในโลกก็ถือเป็นอีกโจทย์สำคัญที่ไม่อาจมองข้าม     

อธิบดีกรมอาเซียนมองว่า การรวมตัวของ 10 ประเทศนั้นดึงดูดความสนใจของประชาคมระหว่างประเทศไม่ว่าจะเป็นมิติการทูต การค้า การลงทุนหรือการท่องเที่ยว แม้กระทั่งเรื่องของความหลากหลายของความเชื่อและผู้คน ที่ถือเป็น "จุดแข็ง" ที่สำคัญอีกประการหนึ่งซึ่งนำไปสู่ความเชื่อมโยงที่เปิดกว้างกับทุกส่วนของโลกได้ต่อไป

     
"ในแง่ของการทูต อาเซียนเป็นมิตรกับทุกฝ่าย ประเทศมหาอำนาจจึงยินดีให้ความร่วมมือ" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ประเทศไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า การขับเคลื่อนอาเซียนเพื่อให้เกิดประโยชน์กับคนไทย และภูมิภาคจึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง "การเป็นประธานอาเซียนนั้นถือว่าเป็นเกียรติมาก ซึ่งปกติจะเวียนกันเป็นสิบปีครั้ง โดยเรียงตามตัวอักษร ปีนี้สิงคโปร์ ปีหน้าคือไทย ส่วนปีถัดไปคือเวียดนาม เราเองก็ตั้งใจที่จะขับเคลื่อนอาเซียนในทิศทางที่จะตอบสนองต่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวไทย และของภูมิภาค แนวปรัชญาของเราก็คือ เราจะก้าวไปด้วยกันเพื่อประชาชนทั้ง 10 ประเทศ เพื่อสร้างประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่สำคัญต้องมองไปสู่อนาคต"     


"อนาคต" ในความหมายของอธิบดีกรมอาเซียนไม่ใช่แค่ 3 หรือ 5 ปีแต่เป็น 10 หรือ 20 ปี เพราะความยั่งยืนถือเป็นเรื่องสำคัญ "อย่างน้อย ๆ เราต้องดูแลการประชุมกว่า 160 ครั้งตลอดทั้งปี ที่จะเชื่อมโยงตั้งแต่ระดับนโยบายส่วนย่อยไปจนถึงภาพใหญ่ และไม่ใช่แค่อาเซียน แต่ยังรวมถึงประเทศคู่เจรจาอย่าง สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนั้นยังจะมีสื่อมวลชนจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกมานี่ก็ถือเป็นโอกาสในการที่จะสื่อสารสิ่งที่ดีของเรา ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว อุตสาหกรรม หรือเรื่องต่าง ๆ ของไทยให้โลกได้รับรู้"     


แน่นอนว่า บทบาทนี้ไม่ใช่เป็นของรัฐฝ่ายเดียว แต่ยังรวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และทุกฝ่ายที่จะต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในปีหน้า  เบื้องต้น กระทรวงการต่างประเทศได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร จัดการประกวดออกแบบ ตราสัญลักษณ์ประธานอาเซียนประจำปี 2562 ขึ้นมา โดยมีแนวคิดสำคัญที่จะบ่งบอกถึงการเป็นเจ้าภาพ ผนวกกับความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของภูมิภาค รวมทั้งมีความเป็นสากล โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่ 15 มิถุนายน - 15 สิงหาคม 2561 สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mfa.go.th/asean ในที่สุดแล้ว การเติบโตของประชาคมอาเซียนนั้น คนที่จะได้ประโยชน์สูงสุดก็คือ ประชาชนในอาเซียนทุกคนนั่นเอง

ข่าวล่าสุด