ผู้สื่อข่าวรายว่า เนื่องจากในช่วง2-3เดือนที่ผ่านมาอากาศทางภาคเหนือแปรปรวน มีทั้งพายุฝนและแมลงทำให้ดอกมะลิ ที่กลุ่มชาวบ้านที่ขายพวงมาลัยปลูกไว้ในพื้นที่บ้านเจดีย์งาม ม.1 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ไม่ออกดอก ชาวบ้านจึงหันไปใช้ดอกพุดหรือมะลิราชินี ซึ่งมีสี ขนาด รูปร่างเหมือนกัน ต่างกันแค่ดอกพุดไม่มีกลิ่นหอมแบบดอกมะลิ
นางสุนันทา อาขาน หรือแม่ม้อน อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 140 บ้านเจดีย์งาม ม.1 ต.ท่าวังทอง อ.เมือง จ.พะเยา ซึ่งมีอาชีพทำพวงมาลัยขายและมีแปลงปลูกดอกมะลิสำหรับขายมะลิสด กล่าวว่า ในหมู่บ้านมีคนปลูกดอกมะลิเพื่อขายดอกสดและทำพวงมาลัยอยู่ 3 คน ทุกคนเจอปัญหามะลิไม่ออกดอกเนื่องจากถูกฝนและแมลงรบกวน จึงหันมาใช้ดอกพุดซึ่งมีลักษณะรูปร่างสีสันเหมือนดอกมะลิ แตกกันแค่ไม่มีกลิ่น มาแทนดอกมะลิ เพื่อใช้ในโอกาสวันแม่หรือวันสงกรานต์ ซึ่งในปีนี้ในจังหวัดพะเยามีปัญหาต้องสั่งซื้อจากทางภาคกลาง ซึ่งราคาอยู่ที่ประมาณกก.ละ 1,000 บาท ส่วนมะลิในพื้นที่จะอยู่ที่กก.ละ 500-600บาท แต่ไม่มีของ ซึ่งถ้าจะซื้อมาเพื่อทำมาลัยขายไม่คุ้มทุนอย่างแน่นอน
สำหรับมาลัยดอกพุดที่มีทั้งแบบสวมข้อมือหรือมาลัยกร และมาลัยริบบิ้นหรือมาลัย 2 ชาย ราคาจะอยู่ที่ 20-50 บาท วันหนึ่งจะขายได้ประมาณวันละ 2,000-2,500บาท ส่วนวันแม่และวันสงกรานต์จะขายได้ประมาณ 3,000 บาทขึ้นไป สำหรับปีนี้ต้องใช้ดอกพุดแทนดอกมะลิทั้งหมด ซึ่งก็มีส่วนราชการ ร้านค้าดอกไม้สดและประชาชนสั่งจองพวงมาลัยเป็นจำนวนมาก ส่วนคนที่ต้องการพวงมาลัยเพื่อใช้ในกิจกรรมหรือพิธีการต่างสามารถติดต่อได้ที่แม่ม้อน เบอร์โทร 064-1287636