"ล่าความจริง" ลงพื้นที่สำรวจริมถนนสายเอเซีย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดคดี "น้องหญิง" เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา แม้ล่าสุดจะแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนากับ "นายออฟ" คนขับรถเทรลเลอร์ไปแล้ว แต่ตำรวจยังตั้งประเด็นว่าอาจเชื่อมโยงถึงขบวนการค้ามนุษย์ และค้ายาเสพติด ในกลุ่มโชเฟอร์รถบรรทุกด้วย
จากการลงพื้นที่ของ "ล่าความจริง" พบว่า คนขับรถบรรทุกส่วนใหญ่มักจอดพักค้างคืนริมทางเกือบตลอดแนวถนนสายเอเซียขาออก เส้นทางมุ่งสู่ภาคกลางและภาคเหนือ ตลอดแนวถนนก็จะมีร้านรวงตั้งอยู่เรียงราย ทั้งร้านสะดวกซื้อ เน้นจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง และร้านอาหารอีสาน เพื่อคอยบริการลูกค้า ซึ่งก็คือบรรดาสิงห์รถบรรทุกนั่นเอง แน่นอนว่าร้านอาหารเหล่านี้ย่อมมีเครื่องดองของเมาไว้บริการด้วย
คนขับรถบรรทุกรายนี้บอกว่า มักแวะร้านข้างทางเพื่อรับประทานอาหารอีสาน ก่อนขับรถต่อไปส่งของยังต่างจังหวัด เพราะบริเวณนี้ถือเป็นจุดที่โชเฟอร์รถบรรทุกขนาดใหญ่นิยมแวะพัก จะได้ยืดเส้นยืดสายหลังขับรถมาระยะทางไกลๆ ส่วนเรื่องการซื้อบริการทางเพศ เขาบอกว่าไม่เคยซื้อ เนื่องจากรู้สึกว่าขับรถมาเหนื่อยแล้ว จึงไม่มีแรงไปซื้อบริการ
ส่วนถนนพหลโยธินที่จะมุ่งหน้าไปจังหวัดสระบุรี และยาวต่อไปถึงภาคอีสาน บรรยากาศริมทางก็ไม่ต่างอะไรกับถนนสายเอเซียมากนัก คนขับรถบรรทุกมักจอดรถนอนพักอยู่ริมถนน โดยเลือกจุดพักที่มีแสงสว่าง ไม่เปลี่ยวหรือมืดเกินไป เพราะเกรงว่าอาจมีมิจฉาชีพมาก่ออาขญากรรม ทั้งชิงรถ และขโมยสินค้าที่บรรทุกมา
ส่วนจุดขายบริการทางเพศริมไฮเวย์ย่านชานเมือง โดยมากมักต้องไปตามร้านคาราโอเกะหรือร้านขายมาลัยที่ติดไฟสีๆ เป็นสัญลักษณ์ แต่ลูกค้าจะเป็นโชเฟอร์วัยหนุ่มที่ร่างกายยังแข็งแรง อดนอนได้นานๆ หรือเป็นโชเฟอร์รถบรรทุกสายสั้น เพราะการไปคาราโอเกะ โดยมากมักดื่มสุราด้วย แต่มีอีกวิธีหนึ่งที่สามารถซื้อบริการได้เหมือนกัน ก็คือจะมีกลุ่มหญิงขายบริการขี่รถจักรยานยนต์มาขายบริการทางเพศ โดยมาตระเวนเคาะเรียกที่รถ ในราคา 500 บาทต่อครั้ง ส่วนสถานที่ที่ใช้ หากตกลงซื้อบริการ ก็ไม่ต้องเปิดห้องที่ไหน สามารถใช้ "รถคู่ใจ" เป็นนิวาสสถานได้ทันที
แฉกันชัดๆ ขนาดนี้ ก็เป็นหน้าที่ของผู้บังคับใช้กฎหมายว่าจะเข้มงวดตรวจตรากันอย่างไร โดยเฉพาะการล่อลวงผู้หญิงให้ตกไปเป็นเหยื่อ ซึ่งหลายคนเชื่อว่ากรณีของน้องหญิง ก็น่าจะเป็นเหยื่อล่อลวงเหมือนกัน