นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ไม่ได้ต้องรีบไปให้ถึงที่หมาย แต่การไประหว่างทางนั้นจะช่วยทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าวิถีชุมชน และธรรมชาติที่อยู่ 2 ข้างทาง แท้ที่จริงแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งความรู้สึกจะแตกต่างจากเวลาที่เรานั่งรถไปก็จะไม่ได้สัมผัสกับกลิ่นของธรรมชาติ เพราะว่าเราอยู่ในรถ แต่ถ้าเราปั่นจักรยานเราจะได้ซึมซับอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งกลิ่นจะเป็นตัวบ่งบอกได้ว่าคนแถวนี้ปลูกอะไร ขายอะไร และการไปเป็นหมู่คณะจะช่วยสร้างความรู้สึกร่วมกันได้เป็นอย่างดี เราจะรู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ไปคนเดียว ยกตัวอย่าง ถ้าเราเก็บขยะข้างทาง ก็จะมีคนช่วยกันเก็บ หรือการที่เราปั่นจักรยานออกมาด้วยกันระหว่างทางก็สามารถช่วยกันได้ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
การท่องเที่ยวไม่ใช่แค่การดื่มด่ำ แต่ต้องเข้าใจ เพราะถ้าเปรียบเทียบเมื่อก่อนการดื่มด่ำคือความสวยงาม ถ้าไม่สวยจะไม่ดู แต่พอมีกิจกรรม ที่หลายคนเข้าใจว่าการปั่นจักรยานคือการออกกำลังกาย แต่แท้ที่จริงคือการท่องเที่ยว และเข้าใจสิ่งแวดล้อมของชุมชนและธรรมชาติมากขึ้น การปั่นจักรยานระหว่างทางเราอาจปั่นเส้นทางเล็กๆ มีทางแยก ทางร่วม จะทำให้เราเข้าใจมากขึ้นว่าวิถีชีวิตคนแถบนี้เขาอยู่กับอะไร พอเราเข้าใจแล้ว สิ่งที่ตามมาจะเกิดความรับผิดชอบมากขึ้น ซึ่งรับผิดชอบในอดีตคือจะไม่ทิ้งขยะ แต่ว่าต่อไปนี้เราจะซื้ออะไรจากใครระหว่างที่ท่องเที่ยวรายได้จะตกอยู่กับชุมชนโดยแท้ ที่เป็นของดีของเด่นในแต่ละพื้นที่ๆ แตกต่างกันออกไป และหาซื้อตามเมนูไม่ได้ การท่องเที่ยวจึงเป็นเครื่องมือของการพัฒนา ทำให้เรื่องท่องเที่ยวกลายเป็นปลายทาง