ซึ่งการดำเนินการโครงการดังกล่าวมีประชาชนลงทะเบียนรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งสิ้น 14.1 ล้านคน ผ่านหลักเกณฑ์ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11.4 ล้านคน ขณะนี้ได้รับบัตรไปแล้ว 97% โดยสวัสดิการจากบัตรดังกล่าวในเฟสแรก ระหว่างเดือน ต.ค.60 มิ.ย. 61 สำหรับผู้มีรายได้เกิน 3 หมื่นบาทแต่ไม่ถึง 1 แสนบาทต่อปี จะได้รับเงินจับจ่ายซื้อสิ่งของจำเป็นในร้านค่าที่มีเครื่องรูดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 200 บาทต่อเดือน สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่ถึง 3 หมื่นบาทต่อปีจะได้รับ 300 บาทต่อเดือน โดยเฟสสอง ระหว่างเดือน ก.พ.61-ก.ค.61 จะมีการปรับเพิ่มเงินให้กับผู้เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาคุณภาพชีวิตและอาชีพที่ภาครัฐจัดให้ เป็น 300 และ 500 บาท ตามลำดับ
พ.อ.อธิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ในเฟสสองจะเพิ่มการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้สะดวกขึ้น โดยโครงการเงินประชารัฐ ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ในร้านค่าปลีกทั่วไปผ่านแอปพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ มีร้านค้ารายย่อยลงทะเบียนแล้ว 1.5 หมื่นร้านค้า คาดว่าในเดือนก.ย. จะมีร้านค่าเข้าร่วม 1 แสนแห่ง
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาความเป็นไปได้ในการหักภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับผู้ใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะเป็นเงินคืนเข้าบัตรในเดือนต่อไป ถ้าไม่มีข้อติดขัดอะไรจะสามารถเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้ในปลายปีนี้ และ รัฐบาลจะพยายามรับฟังความคิดเห็นเพื่อพัฒนาการให้บริการประชาชนต่อไป.