ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 370, 392 ภายหลังทั้งสิบเข้าพบพนักงานสอบสวนหลังก่อเหตุทำให้ประชาชนเกิดความกลัวเมื่อปลายสัปดาห์วันหยุดยาวที่ผ่านมา ซึ่งตามฟ้องอัยการ ระบุพฤติการณ์สรุปว่า
เมื่อวันที่ 27 ก.ค.61 เวลากลางคืน จำเลยทั้ง 10 คน กับพวกอีก 1 คนที่เป็นเยาวชนซึ่งได้แยกดำเนินคดี ร่วมกันมีปืนพลาสติกของเล่น 1 กระบอก และปืนยิงซิลิโคน 1 อัน ทำท่าทางลักษณะยิงทำร้ายประชาชนที่กำลังสัญจรไปมา และที่รอรถโดยสารอยู่บริเวณริมถนนโรงงานเอฟบีที และที่ป้ายรถประจำทางฝั่งตรงข้าม ธ.กสิกรไทย สาขาสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กทม.ต่อเนื่องบริเวณป้ายรถโดยสารทางเข้าวัดทิพพาวาส แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม. ซึ่งเป็นการขู่เข็ญเพื่อให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวเกิดความกลัวและตกใจ และพวกจำเลยยังได้ร่วมกันส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงและทำความอื้ออึง ด้วยการใช้มือถือ 1 เครื่องและลำโพงขยายเสียง 1 ตัว เชื่อมต่อกันแล้วเปิดเสียงกลให้ดังขึ้นโดยการกระทำนั้นไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนบริเวณนั้นตกใจและเดือดร้อนรำคาญ เหตุเกิดที่แขวงลำผักชี เขตหนองจอก และที่แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กทม.
ต่อมาวันที่ 29-30 ก.ค.ผู้ร่วมกระทำผิดทยอยเข้าพบพนักงานสอบสวน จึงแจ้งข้อหาดำเนินคดี ซึ่งชั้นสอบสวนทั้ง 10 คนให้การรับสารภาพ
ศาลสอบคำให้การ จำเลยทั้ง 10 คนแล้วให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงพิพากษาว่า จำเลยทั้ง 10 คน มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 370, 392 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยทั้ง 10 คน เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้ปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยทั้ง 10 คนให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือปรับคนละ 5,000 บาท
ทั้งนี้หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับ ก็ให้กักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29, 30 และให้ริบโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง, ลำโพงขยายเสียง 1 ตัว, ปืนพลาสติกของเล่น 1 กระบอก และปืนยิงซิลิโคน 1 อัน ของกลาง