ทั้งนี้ระหว่างการสอบปากคำ นายนพดล มีสีหน้าเรียบเฉย โดยอ้างต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ไม่ได้ข่มขืนสาวมังผู้เสียชีวิต แต่เป็นการยินยอม และยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนถ่ายคลิปเพื่อนำไปประจาน พร้อมขอโทษครอบครัวที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น จากนั้น พล.ต.ท.ชวลิต พร้อมด้วย พล.ต.ต.กรไชย และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ในฐานะผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือทางคดีจากการได้รับข้อเท็จจริงของฝั่งผู้เสียหาย ร่วมกันแถลงภายหลังสอบปากคำ
พล.ต.ต.ชวลิต ยืนยันว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามอบตัวตามที่กล่าวอ้าง แต่ตำรวจเข้าจับกุม นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหามีความพยายามที่จะหลบหนีโดยมีการทำลายเสื้อผ้าที่ใส่ในวันเกิดเหตุ รวมถึงโทรศัพท์มือถือซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญ และมีการเตรียมความพร้อมในการหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ด้าน พล.ต.ต.กรไชย ระบุว่า เบื้องต้นนายนพดลให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเรา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับและรู้จักกับสาวม้งคนดังกล่าวจริง โดยอ้างว่ารู้จักฝ่ายหญิงผ่านเฟซบุ๊ก นาน 20 วัน ก่อนที่เขาจะนัดเจอกับหญิงสาวที่สถานีขนส่งจังหวัดลำปาง เพื่อนำยาสมุนไพรให้ที่จังหวัดลำปาง จากนั้นได้พากันเข้าโรงแรม และมีเพศสัมพันธ์กัน 5 ครั้งภายในคืนเดียว โดยที่ฝ่ายหญิงยินยอม ซึ่งระหว่างที่อยู่ด้วยกันในโรงแรม มีชายคนหนึ่งทักข้อความในแชทของฝ่ายหญิงมา นายนพดลจึงถ่ายภาพที่อยู่ด้วยกันในโรงแรมส่งกลับไป เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ ก่อนจะลงไปทานข้าว และซื้อยาคุมฉุกเฉินมาให้หญิงสาวทาน เช้าวันรุ่งขึ้นได้ไปส่งหญิงสาวที่บ้าน ก่อนจะมาทราบภายหลังว่าฝ่ายหญิงกินยาฆ่าตัวตาย
"แม้ผู้ต้องหาจะให้ปฏิเสธก็ไม่มีผล เพราะตำรวจมีพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะคำให้การของผู้เสียหายที่กำลังจะเสียชีวิต เป็นคำให้การที่ใกล้เคียงข้อเท็จจริงที่สุด และมีหลักฐานเป็นลายมือที่ผู้เสียหาย เขียนทิ้งไว้ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานที่มีน้ำหนักทางคดี โดยได้แจ้งข้อกล่าวหา ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญ ด้วยประการใดๆโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้ผู้อื่นนั้นเข้าใจผิด ว่าตนเป็นบุคคลอื่น ส่วนจะมีผู้เสียหายรายเดียวหรือไม่นั้น จะต้องรอทำการตรวจสอบโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของผู้ต้องหาก่อน" พล.ต.ต.กรไชย ยืนยัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างการแถลงข่าว นายอัจฉริยะ ได้เปิดคลิป ขณะที่ผู้เสียหายให้การไว้ก่อนจะเสียชีวิตด้วย ความยาวประมาณ 8 นาที ซึ่งเป็นคลิปหลักฐานสำคัญของคดี โดยเนื้อหาในคลิป นายอัจฉริยะ ระบุว่า มีการถามว่า ถูกบังคับหรือไม่ ผู้เสียหายตอบว่า ถูกบังคับ และถามว่าเต็มใจไปหรือไม่ ผู้เสียหาย ส่ายหัว แปลว่า ไม่เต็มใจ ซึ่งการสอบถาม ผู้เสียหายจะทำได้แค่พยักหน้ากับส่ายหน้า เนื่องจากอวัยวะภายในถูกทำลายหมด และสิ่งสุดท้ายที่สาวชาวม้ง ร้องขอก่อนเสียชีวิต คือ ขอให้ช่วยเหลือ โดย นายอัจฉริยะ ย้ำว่า ผู้เสียหาย ไม่ได้คบหาในลักษณะชู้สาว แต่เพียงติดต่อกันเพื่อสั่งซื้อยาสมุนไพรเท่านั้น อย่างไรก็ตามภายหลังการสิบปากคำเสร็จสิ้น ก็จะส่งตัวผู้ต้องหาให้พนักงานสอบสวนภูธรจังหวัดลำปาง รับไปดำเนินคดีต่อไป