ราคาหุ้นที่ตกลงถึง 19% ยังถือเป็นวันเลวร้ายที่สุดของเฟซบุ๊ก นับจากเข้าตลาดหุ้นในปี 2545 และด้วยเหตุนี้ ยังส่งผลให้สินทรัพย์ของ มาร์ก ซัคเคอร์เบิร์ก ซีอีโอเฟซบุ๊ก ลดลง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ลงมาอยู่ที่ 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์ อ้างอิงจากนิตยสารฟอร์บส์
นักลงทุนเริ่มวิตก หลังเฟซบุ๊กส่งสัญญาณเมื่อวันพุธว่า การเติบโตรายได้จะลดลงตลอดทั้งปี เนื่องจากสถานการณ์อัตราแลกเปลี่ยน การลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มโปรแกรมความเป็นส่วนตัวที่อาจจะทำให้การเติบโตรายได้ต้องชะงัก
นายเดวิด เวห์เนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการฝ่ายการเงินของเฟซบุ๊ค คาดการณ์แนวโน้มของธุรกิจบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังที่ไม่สดใสนัก รายได้ในไตรมาส 3 และ 4 จะขยายตัวลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นจาก 50% เป็น 60% จากระดับของปีที่แล้ว
นักวิเคราะห์บางคนให้ความเห็นว่าหุ้นของบริษัทนี้ทะยานอย่างต่อเนื่องอยู่แล้วช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา การร่วงลงมาปรับฐานหลังจากเหตุการณ์แง่ลบถือเป็นเรื่องปกติ
แต่นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่าการที่เฟซบุ๊ก ประกาศแบนโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี เช่น โฆษณาไอซีโอ อาจทำให้รายได้จากการโฆษณาของบริษัทลดลง
โดยปกติแล้ว รายได้ของเฟซบุ๊คจะมาจากโฆษณา โดยการเปิดให้เพจต่าง ๆ สามารถทำการโฆษณาได้อย่างอิสระ ซึ่งการระงับโฆษณาชนิดใดชนิดหนึ่ง ย่อมส่งผลต่อรายได้ ผนวกกับกระแสของคริปโตเคอเรนซีที่กำลังมาแรง เม็ดเงินจากบริษัทและบุคคลต่าง ๆ ทั่วโลกเริ่มไหลไปอยู่ที่อุตสาหกรรมคริปโต และการที่โครงการเหล่านั้นไม่สามารถทำการโฆษณาได้ อาจเป็นสาเหตุทำให้ยอดขายของพวกเขาลดลง
ข้อมูลบางส่วนจากกรุงเทพธุรกิจ