เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐ-EU ตกลงร่วมมือ เตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม ไม่รวมรถยนต์-ชิ้นส่วน

26 ก.ค. 2561 | te

สหรัฐ-EU ตกลงร่วมมือ เตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรม ไม่รวมรถยนต์-ชิ้นส่วน

สหรัฐ-EU ตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อเตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่รวมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมถึงการขจัดอุปสรรคที่กีดกันทางการค้า เพื่อนำไปสู่การลดความตึงเครียดด้านการค้าของทั้ง 2 ฝ่าย

แต่กลับมีรายงานข่าวว่าทีมที่ปรึกษาของผู้นำสหรัฐอย่างน้อย 3 คน กำลังรวบรวมรายละเอียดที่จะบังคับใช้ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างประเทศในอัตรา 20% โดยอาจจะเรียกเก็บจากอการนำเข้ารถยนต์จายุโรปเป็นมูลค่า 192,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนที่สหรัฐมีการนำเข้า 200,000 ล้านดอลลาร์


ขณะเดียวกันในการประชุของกลุ่ม BRICS ที่แอฟริกาใต้ ได้เริ่มขึ้นในวันพุธ โดยมีกำหนดเวลาการประชุม 3 วัน ซึ่งผู้นำจีนได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกร่วมต่อต้านสงครามการค้า โดยระบุว่าไม่มีใครที่จะเป็นผู้ชนะในสงครามการค้า


1. . ในการประชุมระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และฌอง-คล็อด จุงเกอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธ ได้มีข้อสรุปว่า สหรัฐ และสหภาพยุโรป (EU) ได้ตกลงที่จะร่วมมือกัน เพื่อเตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่รวมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมทั้งการกำจัดอุปสรรคที่กีดกันทางการค้า ถือเป็นความพยายามในการลดความตึงเครียดด้านการค้าของทั้ง 2 ฝ่าย

โดยประธานาธิบดีทรัมป์ กล่าวว่า EU ตกลงที่จะซื้อถั่วเหลือง และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อให้ความเชื่อมั่นถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐ และ EU ซึ่งจะดำเนินไปเพื่อประโยชน์ร่วมกัน

ผู้นำสหรัฐกล่าวอีกว่า มีหลายประเทศที่ตั้งกำแพงการค้าและเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจำนวนมาก สหรัฐก็จำเป็นต้องทำบ้าง ซึ่งอาจจะถูกเรียกว่าเป็นการตอบโต้ทางการค้า แต่จริงๆ แล้วเป็นความต้องการให้การค้าได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการทำข้อตกลงการค้ากับ EU หรือกับประเทศใดก็ตาม



2. ทางด้านฌอง-คล็อด จุงเกอร์ กล่าวว่า ทั้ง EU และสหรัฐตกลงที่จะระงับการเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม ตราบใดที่การเจรจาการค้ายังคงดำเนินไป โดยข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะป้องกันไม่ให้เกิดข้อพิพาทต่อภาคอุตสาหกรรมรถยนต์

ขณะเดียวกัน ฌอง-คล็อด จุงเกอร์ ย้ำว่า สหรัฐ และ EU เป็นพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู และมีสัดส่วนการค้ารวมกันสูงถึงครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าโลกนั้น ต้องร่วมมือกันเพื่อลดความตึงเครียดทางการค้า โดย EU ได้ตกลงที่จะร่วมมือกันเพื่อเตรียมยุติการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่รวมรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ รวมทั้งขจัดอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ สหรัฐ และ EU ควรมุ่งเน้นในเรื่องการลดภาษีนำเข้า ไม่ใช่มุ่งแต่จะปรับเพิ่มภาษีดังกล่าว

3. สาระสำคัญในการแถลงข่าวของประธานาธิบดีทรัมป์ ประกอบด้วย

- สหรัฐและ EU เห็นด้วยที่จะร่วมกันทำงานสำหีบการลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างกันที่ 0%
- EU จะซื้อถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นจากสหรัฐ
- ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตกลงที่จะทำให้เกิดความแข็งแกร่งด้านร่วมมือทางด้านพลังงาน
- ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะมีการสื่อสารกันมากขึ้นในการลดอุปสรรคที่ที่ทำให้้กิดการกีดกันทางการค้า
- สหรัฐและ EU นังตกลงที่จะทำงานร่วมกันในการปฏิรูปองค์การการค้าโลก (WTO)
- สหรัฐยอมรับในการแก้ปัญหาจากมาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็ก และอลูมิเนียม



4. สาระสำคัญในการแถลงข่าวของฌอง-คล็อด จุงเกอร์ ประกอด้วย

- รู้สึกยินดีที่สามารถบรรลุข้อตกลงกันในวันนี้
- ในการพูดคุยที่ยาวนานที่จะเดินหน้ายกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีด้านศุลกากร
- สหรัฐและ EU เห็นร่วมกันที่จะไม่มีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรระหว่างกัน
- สหรัฐและ EU เห็นร่วมกันเกี่ยวกับอุตสาหกรรมผลิตเหล็กที่มีท่วมโลก
- ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นด้วยกันกับมาตรการที่มีการชด้ชยทางการค้าที่มากเกินไป
- ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นด้วยกันกับความจำเป็นในการลดข้อกำหนดที่กดดันให้ต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี



5. แต่ในระหว่างที่มีการประชุมร่วมระหว่างประธานาธิบแทรัมป์ และฌอง-คล็อด จุงเกอร์ ในการแก้ปัญหาอุปสรรคการค้าของ 2 ภูมิภาคที่ถือว่ามีเขตคการค้าใหญ่ที่สุดของโลกในขณะนี้ ก็มีรายงานข่าวจากทำเนียบขาวว่า ทีมที่ปรึกษาของผู้นำสหรัฐอย่างน้อย 3 คน กำลังรวบรวมรายละเอียดที่จะบังคับใช้ในการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ต่างประเทศในอัตรา 20%

โดยอาจจะเรียกเก็บจากอการนำเข้ารถยนต์จายุโรปเป็นมูลค่า 192,000 ล้านดอลลาร์ จากจำนวนที่สหรัฐมีการนำเข้า 200,000 ล้านดอลลาร์

ขณะเดียวกันในการประชุของกลุ่ม BRICS ที่แอฟริกาใต้ ประกอบด้วยจีน บราซิล รัสเซีย อินเดีย และแอฟริกาใต้ ได้เริ่มขึ้นในวันพุธ โดยมีกำหนดเวลาการประชุม 3 วัน ซึ่งประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกต่อต้านสงครามการค้า โดยระบุว่าไม่มีใครที่จะเป็นผู้ชนะในสงครามการค้า เพราะใครก็ตามที่พยายามจะสู้ในสงครามครั้งนี้ จะจบด้วยการแพ้ภัยตัวเอง

ข่าวล่าสุด